นายเจมส์ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ “Mc” องค์กรธุรกิจค้าปลีกประเภทสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวลิมิเต็ด อิดิชัน (Limited Edition) “Mc TIGER COLLECTION” ซึ่งถือเป็นคอลเลกชันพิเศษเพื่อต้อนรับปีเสือในปี 2565 โดยหยิบยก “เสือ” ในนักษัตรปีขาล มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยเลือกกางเกงยีนส์จากพรีเมียมคอลเลกชัน ‘Mc Selvedge’ มาเป็นไฮไลต์ไอเทมผสานกับดีเทลลายเสือให้ความเท่เฉพาะตัว โดยมีพรีเซ็นเตอร์ “โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” นักร้อง นักแสดง มาเป็นตัวแทนนำเสนอภาพลักษณ์ความเท่แบบมีสไตล์



สำหรับคอลเลกชันพิเศษนี้ประกอบด้วยสินค้าหลากหลายที่ได้รับการออกแบบจากองค์ประกอบลายเสือในลักษณะต่างๆ ที่แตกต่างกัน ทั้งแจ็กเก็ตยีนส์ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด บอมเบอร์และฮู้ดดี้แจ็กเก็ต รวมถึงไฮไลต์ไอเท็มอย่างกางเกงยีนส์ผู้ชายและผู้หญิงที่นำเสนอความคลาสสิกของยีนส์ที่ใช้ผ้าริมชนิดพิเศษดีไซน์ทันสมัย มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านกระบวนการผลิตที่ควบคุมคุณภาพสูงกว่าผ้าทอทั่วไป และมีการเย็บริมขอบผ้ากันลุ่ยด้วยด้ายสีเพื่อให้ผ้ามีความทนทาน โดยมีการใช้ด้ายแดงเดินตะเข็บที่สวยงามเพิ่มความมีสไตล์ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความพรีเมียมในวงการยีนส์ เนื้อผ้าผสม Spandex ทำให้สวมใส่สบาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เหมาะกับสรีระคนไทย พร้อมการันตีด้วยคุณภาพสินค้าจาก “แม็คยีนส์” ในฐานะแบรนด์ยีนส์อันดับ 1 ของไทย


นายเจมส์ริชาร์ด กล่าวว่า การเปิดตัวคอลเลกชันดังกล่าว เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่มุ่งเน้นการออกแบบและนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย และมีนวัตกรรม ให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยคงคุณภาพในทุกรายละเอียดตามแบบฉบับของ “แม็คยีนส์” พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น
“แม็คยีนส์ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สนุกกับการสร้างลุคสไตล์ใหม่ๆ เพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามองว่าแฟชั่นนั้นเปลี่ยนไปมาก ดีไซน์ต่างๆ มีความสนุกและเป็นกันเองมากขึ้น เราจึงอยากนำเสนอสิ่งใหม่ๆให้คนสวมใส่ได้ลองและหันมาสนุกกับการแต่งตัวสไตล์ที่แตกต่างจากเดิมเพื่อค้นพบตัวเองในมุมมองใหม่มากขึ้น ซึ่งคอลเลกชันนี้ก็ได้นำกิมมิกของปีเสือมาสร้างสรรค์ให้เกิดความน่าสนใจ” นายเจมส์ริชาร์ดกล่าว


ทั้งนี้ ด้วยความหมายของปีนักษัตรที่เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชันพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันต้อนรับปีเสือ “Mc TIGER COLLECTION” มีจุดเชื่อมโยงในเรื่องความเป็นที่สุดระหว่าง Tiger (เสือ) ราชาแห่งป่า เมื่อนำมารวมกับ Selvedge (ยีนส์ริมแดง) ซึ่งเป็นที่สุดของยีนส์ จึงกลายเป็นที่มาของคำว่า King of Denim ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของคอลเลกชันนี้ โดยใช้ความประณีตและใส่ใจในทุกรายละเอียด สะท้อนความ Craftmanship ในทุกดีเทล เช่นการสร้างสรรค์งานปักบนแจ็คเก็ตยีนส์ ให้มีมิติด้วยการขับเน้นลายเส้นและสีสันอย่างพิถีพิถันด้วยเทคนิคการปักพิเศษถึง 5 ชนิด ทั้งปักทึบ ปักวน ปักกากบาท ปักลายเส้นและปักด้วยเทคนิคทาทามิ(หรือปักไขว้คล้ายการสานเสื่อญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม )

นอกจากนี้ยังมีลายปักรูปเสือที่โดดเด่นทั้งบนตัวเสื้อบอมเบอร์แจ็กเก็ตและเสื้อฮู้ดดี้ที่ไม่เพียงสวยงามที่ลายปักด้านหลังแต่ตัวผ้ายังเป็นผ้า Baby French Terry เนื้อดีใส่สบาย ย้อมสี INDIGO ที่ปราศจากสารฟอร์มัลดีไฮด์ การใช้ลายพิมพ์เทคนิคพิเศษบนเสื้อยืดที่มีมิติและดีเทลชิมเมอร์ให้ความมีชีวิตชีวา ตลอดจนกางเกงยีนส์แต่งป้ายหนังพิมพ์ลายเสือให้ลุควินเทจ ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตลายพิมพ์ผ้าเรยอนนุ่มลื่นใส่สบาย และ Accessories อย่างกระเป๋าผ้าแคนวาสปักลายเสือและหมวกเดนิมดีไซน์ทันสมัย เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ทั้งในเว็บไซต์ www.mcshop.com และร้านแม็คยีนส์ที่ร่วมรายการ

และเมื่อไม่นานมานี้บริษัทได้เปิดกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจปีบัญชี 2564/2565 ประกาศนำแม็คยีนส์ เป็นบริษัทค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ชั้นนำของไทย พร้อมสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น คาดรายได้เติบโตจากปีก่อน ฐานะการเงินแกร่ง ปันผลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ได้มุ่งต่อยอดขยายฐานการรับรู้ต่อแบรนด์และชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างความแข็งแรงในการสื่อสารแบรนด์ สร้างความจดจำในแบรนด์ สร้างความนิยมในผลิตภัณฑ์ รองรับการขยายฐานลูกค้ากว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มค้าปลีกทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ ภายใต้การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างจากคู่แข่ง รวมไปถึงพัฒนากลยุทธ์การเข้าถึง “ท้องถิ่น” ด้วยความเข้าใจมากขึ้น โดยมี “บิ๊ก ดาต้า” จากแม็ค คลับ 1.6 ล้านรายเป็นเครื่องมือ ในการเข้าถึงลูกค้าเชิงลึกมากขึ้น และเพิ่มศักยภาพของเทคโนโลยีและกระบวนการต่างๆ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) อย่างมีประสิทธิภาพ
แม็คกรุ๊ปมีความได้เปรียบจากธุรกิจ ครบวงจร ต้นน้ำจรดปลายน้ำ ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูง โดยเฉพาะสินค้าคงคลังที่เป็น ภาระหนักของธุรกิจรีเทลปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ การเดินเกมรุกมุ่งเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย วางสัดส่วนการขายสินค้า การบริหารช่องทางจัดจำหน่ายเหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาอย่างลงตัว
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) คงอยู่ระดับสูง 59.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 57.8% อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) เพิ่มขึ้นจาก 12.7% ในช่วงเดียวกันปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 13.7% จากประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี โดยสามารถรักษาอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ไว้ได้ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 43%
“นวัตกรรม” และ “พันธมิตร” ยังคงเป็นอีกเครื่องมือสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้กลยุทธ์ออฟไลน์และออนไลน์ของแม็คกรุ๊ป โดยในส่วนของออนไลน์ นอกจาก mcshop.com ยังมีช่องทางมาร์เก็ตเพลส ทั้ง ช้อปปี้ ลาซาด้า และ เจดีเซ็นทรัล การสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าทางออนไลน์ (Online Engagement) จะถูกใช้เชื่อมต่อลูกค้ายุคดิจิทัลมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของแม็คคลับ ใช้งานสะดวกผ่าน LINE OA เป็นการสร้างความภักดีต่อแบรนด์! ผ่านโปรโมชั่นและบริการพิเศษ รวมถึงการเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค Mc Jeans มีผู้ติดตามราว 1 ล้านคน
“การบริหารจัดการธุรกิจในยามวิกฤติ เรายังคงเดินหน้าสร้างความสามารถในการทำกำไร การดำเนินการลดต้นทุนอย่างจริงจังในทุกส่วนงาน และมุ่งเพิ่มยอดขายให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะที่ยังคงรักษารายได้ และความสามารถในการทำกำไรของช่องทางออฟไลน์ ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานในอันดับแรกๆ โดยจัดให้พนักงานได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง ในขณะเดียวกันก็มุ่งสร้างสรรค์และพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าด้วยคุณภาพตามแบบฉบับแม็คยีนส์ ตัวอย่างเช่นคอลเลคชั่นล่าสุดอย่าง Tiger Collection ที่คำนึงถึงทั้งเทรนด์ ดีไซน์และคุณภาพไปพร้อมๆกัน” นายเจมส์กล่าว


