ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความอาลัยต่อการจากไปของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 78 ปี โดยระบุว่า
“แด่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นักเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความอาลัยยิ่ง”
1.กระผมเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อการจากไปของท่านอาจารย์ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
2.ดร.วีรพงษ์เป็นนักเศรษฐศาสตร์มหภาค ที่มีความสำคัญ เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจในรัฐบาลพบเอกเปรม ติณสูลานนท์ อาจารย์เป็นคนสำคัญอันดับแรกๆ ที่ทำให้ประเทศไทยในช่วงนั้น มีเศรษฐกิจที่ดี เจริญเติบโตในอัตราสูง ลดปัญหาความยากจนลงได้มากและสามารถเพิ่มความเท่าเทียมในฐานะความเป็นอยู่ของประชาชน
3.การปรับค่าเงินบาทที่แข็งเกินไปให้อ่อนลงมาเพื่อการแข่งขันในตลาดโลกได้ ในช่วงรัฐบาลพลเอกเปรมฯ ในช่วงปี 2523-2527 ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทย เจริญเติบโตในอัตราสูงอย่างต่อเนื่องมีผลถึงรัฐบาลพลเอกชาติชายฯ ที่เศรษฐกิจไทยเติบโตกว่าปีละ 10%
4.ดร.วีรพงษ์ เน้นเรื่องค่าเงินบาทที่แข่งขันได้และออกมาเตือนผู้บริหารนโยบายการเงินการคลังอยู่เสมอว่าหากปล่อยให้ค่าเงินบาทแข็งเกินไป จะค้าขายในตลาดโลกไม่ได้จะทำให้ประเทศไม่เจริญเติบโต ประชาชนจะยากจนลง และการกระจายรายได้แย่ลง
5.กระผมถือว่าท่านอาจารย์วีรพงษ์ฯเป็นปรมาจารย์ทางด้านวิชาการบริหารระบบเศรษฐกิจมหภาค กระผมได้ร่ำเรียนตามแนวความคิดของท่านตั้งแต่ยังเรียนปริญญาเอกที่แคนาดา เมื่อกลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงก็ได้รับความเมตตาจากท่านเป็นประจำจนทุกวันนี้
6.เมื่อมีปัญหายากๆเรื่องการบริหารเศรษฐกิจของประเทศ กระผมจะถามและก็ได้รับการชี้แนะที่ถูกต้องจากท่านฯ เป็นประจำ เมื่อกระผมเสนอขอตำแหน่งศาสตราจารย์ทางเศรษฐศาสตร์ โดยเสนอทฤษฎีบ่อปลา คือให้เติมน้ำให้เต็มบ่อ ไม่มากไปจนล้นบ่อเป็นฟองสบู่ไม่น้อยเกินไปจนค่าเงินบาทแข็งค้าขายไม่ได้ ท่านอาจารย์วีรพงษ์ฯ ก็ช่วยยืนยันทฤษฎีนี้ จนกระผมมีความมั่นใจ
7.การจากไปของท่านอาจารย์ ดร.วีรพงษ์รามางกูร นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ต่อการบริหารประเทศในด้านเศรษฐกิจ ต่อวงการวิชาการเศรษฐศาสตร์
ขอให้ดวงจิตของท่านอาจารย์ ดร.วีรพงษ์รามางกูร ไปสู่สุขคติ
ด้วยความเคารพและอาลัยยิ่ง
ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช7 พฤศจิกายน 2564



