ททท.สุรินทร์ ร่วมกับจังหวัด จัดงานบุญเข้าพรรษาสุดยิ่งใหญ่ “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก

ททท.สำนักงานสุรินทร์ ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ จัดงานบุญเข้าพรรษาสุดยิ่งใหญ่ กับ “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก” โดยมี สุวพงศ์ กิติพัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และ สุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ทั้งนี้”จังหวัดสุรินทร์” นับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลก และช้างถือเป็นสัตว์มงคล ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตได้ทำบุญกับช้าง ถือได้ว่าเป็นการเสริมสิริมงคล ร่ำรวย หน้าที่การงาน เรียกทรัพย์ ความสำเร็จ ความสมบูรณ์ ให้กับชีวิตและครอบครัว ประกอบกับในช่วงงานประเพณีเข้าพรรษา ชาวพุทธจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไป ถวายพระภิกษุในเทศกาลเข้าพรรษา เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียน และพุทธศาสนิกชนได้ ถวาย ทาน รักษาศีล ฟังธรรมและเจริญจิตภาวนา ซึ่งเป็นการเว้นจากการกระทำความชั่วบำเพ็ญความดีและชำระจิตให้สะอาดแจ่มใส และการที่ได้ใส่บาตรกับพระสงฆ์ ถือได้ว่าเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา เสริมทานบารมีโดยตรง เป็นการสร้างทางแห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวย เป็นการต่อบุญ ต่อลาภให้แก่ตนเอง  ภาพของพระสงฆ์สามเณรผู้สงบเรียบร้อย นั่งเรียงรายรับบิณฑบาตบนหลังช้างใหญ่ที่สง่างามในยามเช้า ซึ่งสีของจีวรและความงดงามของจริยวัตรพระสงฆ์นั้น อุดมด้วยปฏิปทาอันน่าเลื่อมใสที่สุด ดูสง่างามและศักดิ์สิทธิ์น่าเลื่อมใสศรัทธา  ซึ่งภาพแห่งความยิ่งใหญ่เหล่านั้น จะปรากฏสู่สายตาทุกท่านที่มาเยือน  “มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง” ที่จังหวัดสุรินทร์

นางสาวสุชารัตน์ แสงอรุณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดสุรินทร์ ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หน่วยงานภาครัฐ ภาพเอกชน จัดกิจกรรม“มหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2565 เป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามของชาวไทย บำรุงรักษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามให้ดำรงอยู่สืบไปรวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนวันพักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดสุรินทร์  ซึ่งในปีนี้มีการจัดกิจกรรมที่เป็น Highlight สำคัญในวันที่ 12-13 กรกฎาคม 2565

โดยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 เวลา 15.30 น.เป็นต้นไป ชื่นชมขบวนแห่ช้างที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม รวม 51 เชือก ขบวนแห่เทียนพรรษาที่ประดับตกแต่งจากชุมชนในเมืองสุรินทร์  ขบวนการฟ้อนรำ การนำเสนอแสดงศิลปวัฒนธรรม ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และในวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เวลา ประมาณ 06.30 น.เป็นต้นไป พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว พร้อมกันร่วมกิจกรรมตักบาตรพระสงฆ์บนหลังช้าง 36 เชือก ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ที่มีแห่งเดียวในโลก ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวงานยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้อีกหลายแห่ง เช่น เลือกซื้อผ้าไหม สินค้าพื้นเมืองเป็นของฝากของที่ระลึก ที่หมู่บ้านผ้าไหมบ้านท่าสว่าง ไหว้อัฐิหลวงปู่ดุลเกจิดังเมืองสุรินทร์ เคาะระฆัง 1,080 ใบ ไหว้พระพุทธสุรินทรมงคล เสริมบารมี ที่ วนอุทยานพนมสวาย  ชมเครื่องเงิน ที่บ้านโชค เขวาสินรินทร์  ชื่นชมความงดงามของนางอัปสราที่สวยที่สุดในประเทศไทย ที่ปราสาทศีขรภูมิ แวะชิมกาละแม ที่ อำเภอศรีขรภูมิ และนอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถพักผ่อนหย่อนใจตามร้านกาแฟ คาเฟ่ ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสุรินทร์ได้ด้วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Face Book Fan Page TAT Surin หรือ โทร 044514447-8

 

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/pcZa8
More
articles