3 ปี 5 ปีให้หลังมานี้คงไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเค้าคนนี้ “พุฒิ-พุฒิพงษ์ นาคทอง” ผู้กำกับเลือดใหม่ตัวจี๊ดแห่งยุคที่ทำผลงานจนสร้างนักแสดงเลือดใหม่เกิดขึ้นในวงการจอเงิน และผลงานก็ยังเป็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในทุกๆ ปี ทั้ง 4 Kings อาชีวะ ยุค 90’s , 4 Kings 2 , วัยหนุ่ม 2544 เป็นต้น และในปีนี้กับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขา “มือปืน”(2568) การบอกเล่าถึงวงจรชีวิตของมือปืนในเชิงลึก และจะได้รู้คำตอบชัดเจอว่าใครที่ร้ายกว่ามือปืน

จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์หนังเรื่อง “มือปืน” เกิดขึ้นได้ยังไง ?
-“เริ่มจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งถามว่าไม่อยากทำหนังเรื่องมือปืนบ้างเหรอ ซึ่งเรื่องมือปืนเป็นเรื่องที่เราเคยได้ยินและดูมาตั้งแต่เด็กๆ ก็มีความสนใจอยู่ประมาณนึง พอพี่เขาพูดมาเราเลยบอกว่าไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมือปืนเลย พี่เขาเลยบอกเดี๋ยวพาไปเจอตัวจริง”
การทำงานยากไหม สำหรับเรื่องนี้ ?
-“มันจะยากในเรื่องคิวการถ่ายทำ เพราะว่าเวลามันจะเร่งรีบ มันเปลี่ยนโลเคชั่นเกือบทุกซีน มันจะมีโลเคชั่นที่เป็นเอ้าท์ดอร์มันก็จะมีเวลาจำกัด”

ใช้เวลาประมาณเท่าไหร่กับเรื่องนี้ ?
-“ประมาณ 3 เดือน เตรียมงาน 3 เดือน แต่เรื่องของพอร์ตเรื่องเราใช้เวลา 4-5 เดือนอยู่เหมือนกัน”
ผู้ชมจะได้รับอะไรบ้างจากเรื่องนี้ ?
-“ก็จะได้รู้ว่าชีวิตของมือปืนหรือสังคมในแวดวงนี้ วัฏจักรนี้มันเป็นยังไง และอยากให้คุณตั้งคำถามว่าร้ายกว่ามือปืนคือใคร มันจะมีคำตอบอยู่ในนี้ คิดว่าทุกคนคงต้องรู้อยู่แล้ว”
บรรยากาศในกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง ?
-“ก็สนุกครับ เพราะเราใช้ทีมงานที่คุ้นเคยที่ทำงานกันมาตั้งแต่แรก แม้แต่นักแสดงก็เป็นทีมที่คุ้นเคยที่รู้จักกันมาก่อน เรื่องปัญหาและการทำงานก็จะน้อย แต่จะยากในเรื่องของโลเคชั่นมากกว่า เพราะมันต้องทำงานแข่งกับเวลา”

พูดถึงนักแสดงที่เลือกมาสำหรับเรื่องนี้ ?
-“คืออย่าง “พี่แหลม” ด้วยความบังเอิญ เพราะผมเจอคนที่ให้ข้อมูลจริงๆ คาแรกเตอร์เหมือนกันมาก ตัวเล็กๆ พูดเงียบๆ พูดเบาๆ ส่วนคนอื่นที่รีเสิร์ชมาก็จะมีเหมือนกันอย่างเช่น “เฟย” ที่เป็นคาแรกเตอร์เขาชัดเจน ก็พยายามดูคาแรกเตอร์ให้เหมาะสมกับตัวละคร และอย่าง “น้องฟ้า” ที่เป็นนางเอกครั้งแรกที่เต็มเรื่อง เพราะว่าเราชอบลักษณะการแสดงของเขา จริงๆ บทในเรื่องตอนแรกผมไม่ได้เขียนชื่อทรายแต่เขียนชื่อฟ้าเลย แต่ก็พยายามลองไปเต๊าะดูแล้วก็ให้ชักชวนเขาว่าสนใจเล่นเรื่องนี้ไหม สุดท้ายก็ได้มาเล่นจริงๆ”
แรงบันดาลใจในการทำหนังหนึ่งเรื่องคืออะไร ?
-“ถ้าอันนี้เริ่มจากในวงการที่ผมรู้คือ เริ่มมาจากเด็กช่าง ที่วัฏจักรคือเกเรแล้วก็ติดคุก และพออยู่ในคุกก็ยังมีความสดอยู่ จะมีคนถามว่าถ้าออกไปจะทำอะไร จะไปอยู่กับพี่ไหม อันนี้เป็นที่มาคือเหมือนเราเข้าไปจักรวาลของโลกใบนี้ เป็นอีกมุมนึงเท่ากับที่เรารู้มา”

มันสร้างความกดดันในการจะทำเรื่องต่อไปไหม ?
-มันก็สร้างนะครับ แต่เรื่องต่อไปผมอาจจะไม่ได้ทำแบบนี้ อาจจะทำอีกแบบนึง แต่ก็ยังคงความแอ็คชั่นดราม่าเหมือนเดิม”
คนมองว่าเราเป็นสายแอคชั่นและเน้นย้อนยุคจริงไหม ?
-“ก็แอบกดดันนะครับ แต่ก็แอบมีความเหนื่อย เพราะว่าแต่ละเรื่องมันต้องกดดันขึ้นเรื่อยๆ มันมีการจับตามองมาตั้งแต่ตอนเราทำ 4 Kings”
ในแง่ของผู้ชมเวลาเขาจับตามอง มันทำให้เราทำงานยากขึ้นไหม ?
-“เรียกว่ากดดันมากๆ มากที่สุด เพราะถ้าไม่มีคนดู ไม่มีคนที่ซัพพอร์ต เราก็จะไม่มีผลงานสไตล์ที่เราทำขึ้นมา ก็พยายามจะทำให้ถูกใจพวกเขามากที่สุด ตั้งใจจะเป็นสายดราม่าแอคชั่น”

มองวงการหนังไทยเป็นยังไงบ้าง ?
-“ปีที่แล้วดีมาก ยิ้มออกเลย มันสวยงามมาก แต่ปีนี้แอบกังวล มันไม่ได้เป็นดั่งที่คิดไว้ อย่างบางเรื่องผมคิดว่ามันจะต้องร้อยล้านนานแล้วแต่มันก็ยังไม่ถึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เราก็แอบกลัวว่าคนดูจะแอบทิ้งพวกเราหรือเปล่า แต่คิดว่าพวกคุณคงไม่ใจร้ายกับพวกผมมาก ก็หวังว่านะครับ”
มองทิศทางหนังไทยจะเป็นยังไงต่อ ?
-“สำหรับผมคิดว่ามีความหลากหลาย ไม่ปล่อยอะไรที่เป็นแบบเดิมๆ ก็มีตัวเลือกให้เลือกเยอะขึ้น”

อยากจะแนะนำคนรุ่นใหม่ที่อยากเข้ามาในสายนี้ยังไงบ้าง ?
-“อย่างแรกคือหาตัวเองให้เจอ ก่อนหาแนวที่ตัวเองชอบ เพราะเข้าใจว่ามันยากบางทีอาจจะไม่มีสนามให้ลง แต่เราต้องดูว่าถ้าเราทำหนังรักหรือหนังสั้นแล้วสนุกไหมชอบไหม หรือว่าถ้าเราทำหนังสไตล์นี้แล้วชอบจริงๆ ถ้าเจอแล้วก็สู้ไปก็เรียกว่าสามารถเดินทางต่อไปได้”
คนจับตามอง 4 Kings จะมีภาค 3 จริงไหม ?
-“ยังไม่กล้าบอก ยังไม่แน่ใจ ยังตอบไม่ได้ครับ ก็คงเป็นเรื่องในอนาคต รอดูความเหมาะสมอีกที”
สุดท้ายฝากผลงานเรื่องล่าสุดหน่อย ?
-“ขออนุญาตฝากภาพยนตร์เรื่องมือปืนด้วยนะครับ 27 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ ทีมงานของผมตั้งใจกันมาก อยากจะขอความเมตตาจากคนดูทุกคน ช่วยกันซัพพอร์ตหนังไทย จะได้ก้าวไปด้วยกัน จะได้ขับเคลื่อนให้มันโตขึ้น ถ้าคนดูปล่อยมือเราเราก็ไม่รู้จะปีนขึ้นไปบนหน้าผายังไง”



