เผย เพจบน Facebook และ Line ที่ชวนลงทุน ใช้งบน้อยให้กำไรสูง อ้างชื่อ-โลโก้ ก.ล.ต. เป็น Fake News

วันที่ 26 ส.ค. 65 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณี คือ

กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเพจบน Facebook และ Line เชิญชวนลงทุนที่ใช้งบน้อยให้กำไรรายเดือนสูงโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสำนักงาน ก.ล.ต. พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า เพจดังกล่าวแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้สำนักงาน ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต และเพจดังกล่าวยังได้เชิญชวนโดยให้ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทางแอปพลิเคชัน Line และได้ให้ข้อมูลแก่ผู้ติดต่อโดยอ้างว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งทางสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจหรือบัญชี Line ดังกล่าวแต่อย่างใด

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน สามารถตรวจสอบว่า ผู้ที่ชักชวน/ผู้ให้บริการ ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ โดยตรวจสอบที่ http://www.sec.or.th/licensecheck หรือ ติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First เพื่อตรวจสอบข้อมูลได้ทันที และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงาน ก.ล.ต. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.sec.or.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 1207

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : เพจดังกล่าวแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้สำนักงาน ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต และบัญชี Line กล่าวอ้างว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของ ก.ล.ต. ซึ่งทางสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเพจและบัญชีไลน์ดังกล่าวแต่อย่างใด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/iD3qY
More
articles