กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่ 1.00% ต่อปี

กนง. มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  1.00% พร้อมปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวที่ 2.3% ปี 2570 โต 1.8% หลังเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่อง

นายดอน นาครทรรพ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ต่อปี ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ แม้อัตราการเติบโตอยู่ในระดับต่ำและไม่ทั่วถึง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน แต่คาดว่าจะลดลงหลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลาย สำหรับสินเชื่อโดยรวมขยายตัวต่ำ

ทั้งนี้คณะกรรมการฯ เห็นว่า การดำเนินนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายควบคู่ไปกับมาตรการทางการเงิน เฉพาะจุดมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งนี้ แต่ต้องติดตามพัฒนาการเงินเฟ้อและเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง

นอกจากนี้ กนง.ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขยายตัวที่ 2.3% และปี 2570 ขยายตัวที่ 1.8% ซึ่งมีแรงส่งที่ดีกว่าคาดจากการส่งออก และการลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น

ส่วนผลกระทบของสงครามต่อภาคการผลิตและภาคท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบน้อยกว่าที่ประเมินไว้ โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถปรับตัวได้ดีกว่าคาด เศรษฐกิจในภาพรวมยังขยายตัวต่ำและไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะ SMEs ปรับตัวได้จำกัดและยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ขณะที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ถูกกดดันจากรายได้ที่ชะลอลงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะฉุดรั้งการบริโภคภาคเอกชนหลังมาตรการภาครัฐสิ้นสุดลง

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ยังอยู่ระดับใกล้เคียงที่ประเมินไว้ คือ 2.8% และปี 2570 อยู่เฉลี่ยที่ 1.4% โดยอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะปรับสูงกว่ากรอบเป้าหมายตามการส่งผ่านราคาพลังงานและต้นทุน ก่อนจะปรับลดลงในปี 2570 หลังปัจจัยด้านอุปทานทยอยคลี่คลายและผลของฐานสูงในปีก่อน

สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินโดยรวมทรงตัว สินเชื่อรวมขยายตัวในระดับต่ำ ขณะที่สินเชื่อ SMEs ยังหดตัวต่อเนื่อง โดยสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้กลุ่มเสี่ยง

สำหรับคุณภาพสินเชื่อโดยรวมทรงตัว แต่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ SMEs และครัวเรือนกลุ่มเปราะบางในระยะข้างหน้า รวมทั้งสนับสนุนให้สถาบันการเงิน ดำเนินมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/fgKMS
More
articles