พบภาคตะวันออกเฉียงเหนือพอใจผลงานรัฐบาลมากสุด แต่คน กทม.พอใจแค่ 14.7% โดยที่ประชาชนอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่พอใจรัฐบาลมากที่สุด
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ครบ 6 เดือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในทุกจังหวัดทั่วประเทศพบว่า ประเด็น ความพึงพอใจในนโยบาย มาตรการ และโครงการของรัฐบาล ในระดับมากที่สุดถึงมาก ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.นโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ร้อยละ 71.6 2.โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินหมื่นร้อยละ 55.8 3.กฎหมายสมรสเท่าเทียม ร้อยละ 41.3 4.การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า – พลังงานแก่ประชาชน ร้อยละ 32.6 และ 5.การส่งเสริมการท่องเที่ยวร้อยละ 30.3
โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า เมื่อพิจารณาความพึงพอใจต่อผลงานรัฐบาลจำแนกเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีสัดส่วนสูงที่ร้อยละ 40.1 รองมาคือ ภาคเหนือ ที่ร้อยละ 28.5 ภาคกลาง ร้อยละ 24.7 ภาคใต้ ร้อยละ 20.1 และกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 14.7 และเมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มอายุ พบว่าประชาชนในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีความพึงพอใจพอใจฯ ในระดับมาก – มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ร้อยละ 31.5
“ในส่วนของการให้บริการของภาครัฐยังพบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐในระดับมาก – มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไฟฟ้าร้อยละ 66 น้ำประปา ร้อยละ 59.7 ถนนหนทาง ร้อยละ 55.1 การบริการสาธารณสุข ร้อยละ 52.2 และการจัดเก็บขยะมูลฝอย ร้อยละ 46.4”
นายจิรายุ กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจพบเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วน 5 อันดับแรก ได้แก่ การควบคุมราคาสินค้าอุปโภค -บริโภคร้อยละ 86.7 รองลงมาได้แก่ ลดภาระค่าใช้จ่าย ด้านพลังงาน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา น้ำมันเชื้อเชื้อเพลิง อยากให้ทำต่อเนื่อง ร้อยละ 67.5 การแก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 43.0 การแก้ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 35.5 และเพิ่มสวัสดิการเช่น เงินผู้มีรายได้น้อย การรักษาพยาบาลการศึกษา ร้อยละ 30.3
สำหรับในช่องทางที่ประชาชนสนใจติดตาม รับรู้ มากที่สุดยังเป็นทางโทรทัศน์ ร้อยละ 68.4 รองลงมาได้แก่ สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ติ๊กต๊อก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ร้อยละ 59.6 และญาติหรือคนรู้จัก ร้อยละ 16.9


