
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนนักลงทุน ลงทุนในกองทุน Thai ESGX ช่วยลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 9 แสนบาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าประมาณ 2 – 3 หมื่นล้านบาท โดยมั่นใจว่าจะช่วยหนุนตลาด ในภาวะที่หุ้นผันผวนได้
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงประเภทสินทรัพย์ที่กองทุน Thai ESGX ที่ลงทุนหุ้นกลุ่มยั่งยืนใน SET หรือ mai ไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV ซึ่งต้องเป็นหุ้นที่เข้าเกณฑ์ 1 ใน 3 เกณฑ์ต่อไปนี้
1.เป็นบริษัทที่มีเรทติ้งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล หรือเป็นบริษัทที่ได้รับเรทติ้งด้าน SET ESG Rating หรือในระดับสากลอื่น ๆ
2.เป็นบริษัทที่เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งผ่านการทวนสอบได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
3.เป็นบริษัทที่มีการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน หรือ CGR ซึ่งดำเนินการโดย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) เกินกว่า 90 คะแนน และเปิดเผยข้อมูลใน ESG Data Platform ของตลท.เกินกว่า 85% ของไอเทม
นายศรพล กล่าวว่า บางบริษัทที่ไม่มี ESG Rating แต่เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง Thai ESGX ก็สามารถลงทุนได้
ทั้งนี้ ตลท.เปิดเผยรายชื่อหุ้นยั่งยืน (SET ESG Ratings) และหุ้นไทยที่มีการเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกสำหรับกองทุน Thai ESG และ Thai ESGX โดยมีจำนวนหุ้น 14 บริษัทที่เป็น Non-rating ประกอบด้วย AYUD BCP CHG CONREIT ERW GLAND METCO PPP RCL SUSCO TIDLOR TMI TRP TRUE
นายศรพล มองว่าการจัดตั้งกองทุน Thai ESGX เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยหนุนตลาดได้ ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน ขณะที่เกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถ้ามี Rating ในระดับสากลก็เข้าเกณฑ์ของ Thai ESGX ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ด้านนางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมฯ กำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยกับ ก.ล.ต.และคาดว่าในช่วงเดือนเมษายน 2568 จะยื่นไฟลิ่งกับ ก.ล.ต.ในกองทุนใหม่ และ ก.ล.ต.ต้องอนุมัติให้ทันในช่วงเดือน เดือนเมษายน 2568 เพื่อให้ต้นเดือน พฤษภาคม .จะขายทำการขายพร้อมกัน
ทั้งนี้ สิ้นเดือน กุมภาพันธ์.2568 มีเงินอยู่ในกองทุน Thai ESG ประมาณ 30,000 กว่าล้านบาท ขณะที่กองทุน LTF เดิมที่ยังคงค้างอยู่ในระบบกว่า 1.8 แสนล้านบาท โดยในช่วงที่มีการเปิดขายกองทุน TESGSX ใน พ.ค.จะมีการอธิบายให้นักลงทุนเข้าใจอย่างเข้มข้น เพื่อให้นักลงทุนรับทราบถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากขึ้น โดยทุก บลจ.จะออกขายพร้อมกัน ในเดือน พ.ค.คาดว่าเม็ดเงินใหม่เข้ามาลงทุนประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท โดยชี้ว่า นักลงทุน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ จาก Thai ESG เดิม 3 แสนบาท, Thai ESGX 3 แสนบาท และจากการโยกมาจาก LTF อีก 3 แสนบาท
สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 SET Index ปิดที่ 1,203.72 จุด ลดลง 8.4% จากสิ้นเดือนมกราคม 2568 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์อื่นในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 SET Index ปรับลดลง 14.0% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567 ได้แก่ กลุ่มการเงิน กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มบริการ และกลุ่มทรัพยากร


