นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การเติบโตของ Data Center และ AI กำลังเปิดโอกาสครั้งสำคัญในการพลิกโฉมโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand โดยประเทศไทยไม่ควรมองเพียงการดึงดูด Data Center เข้ามาลงทุน แต่ต้องใช้ความต้องการขนาดใหญ่นี้สร้างฐานอุตสาหกรรม Smart Electronics พัฒนาเทคโนโลยี และสร้างธุรกิจใหม่ที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
จากผลศึกษาของสมาคมดาต้าเซ็นเตอร์แห่งประเทศไทย (TDCA) ซึ่งประเมินต้นทุนอาคารและระบบประกอบ Data Center ประมาณ 194,400 ล้านบาทต่อ GW หากประเทศไทยสามารถรองรับและเกิดโครงการลงทุนจริงในขนาดเทียบเท่า 6 GW จะคิดเป็นศักยภาพการลงทุนราว 1.22 ล้านล้านบาท โดยยังไม่รวมที่ดิน Server, GPU และอุปกรณ์ IT ทั้งนี้ เป็นการประเมินฉากทัศน์ของโอกาสในระยะยาว ไม่ใช่ยอดลงทุนที่ได้รับการยืนยันแล้ว
โดยประเทศไทยมีฐานอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่ยังมีช่องว่างสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน จึงเสนอให้เร่งจัดทำ Demand–Supply Chain Mapping เพื่อระบุว่าสินค้าใดผลิตได้แล้ว สินค้าใดต้องยกระดับมาตรฐาน และส่วนใดเป็น Missing Supply Chain Components ที่ต้องดึงนักลงทุนและเทคโนโลยีเข้ามาเติมเต็ม
การสร้างห่วงโซ่อุปทานต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีโครงการและแผนจัดซื้อชัดเจนแล้ว โดยไม่สร้างความไม่แน่นอนต่อข้อตกลงเดิม แต่เร่งเตรียมผู้ผลิตไทยให้ผ่านมาตรฐานและพร้อมแข่งขันรับคำสั่งซื้อจากโครงการใหม่ การขยายลงทุนระยะต่อไป และตลาดโลก
ส.อ.ท. มองว่าภารกิจการลงทุนของ BOI และภาคเอกชนไทยในญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายน 2569 เป็นโอกาสสำคัญในการแสวงหาพันธมิตรเทคโนโลยีมาเติม Missing Supply Chain Components โดยญี่ปุ่นมีความได้เปรียบจากฐานการผลิตและเครือข่ายผู้ประกอบการที่พัฒนาร่วมกับไทยมายาวนาน ขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องเปิดรับเทคโนโลยีจากทุกแหล่ง ทั้งสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน จีน และประเทศอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ
สำหรับ Data Center เป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง หรือ Capital-Intensive จึงไม่ควรวัดความสำเร็จจากจำนวนพนักงานภายในศูนย์ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ควรมองถึงการสร้างงานในอุตสาหกรรมและโอกาสนำ AI ไปเพิ่มผลิตภาพและพัฒนาธุรกิจใหม่ โดยหนึ่งในนั้นคือ Creative Economy ซึ่งญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญด้าน Character และการสร้างมูลค่าจากทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ขณะที่ AI สามารถช่วยยกระดับกระบวนการออกแบบและผลิตผลงานสร้างสรรค์ได้ หากผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะที่จำเป็น


