ปักกิ่ง, 9 พ.ค. (ซินหัว) — คณะนักระบาดวิทยาของจีนเผยผ่านวารสารการแพทย์ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญว่ากลยุทธ์ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่เข้มงวดและรอบด้านในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน จะช่วยซื้อเวลาเพื่อการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างครอบคลุมเต็มที่
ผลการศึกษาในวารสารแลนเซ็ต (Lancet) เมื่อไม่นานนี้ ระบุว่าหากปราศจากมาตรการสาธารณสุขที่เข้มงวด จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาการรุนแรงจนถึงขั้นวิกฤต และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อาจพุ่งสูงในกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19
มาตรการดังกล่าวประกอบด้วยการตรวจคัดกรองกรดนิวคลีอิกและแอนติเจนขนานใหญ่ การกักตัวผู้ติดเชื้อไวรัสฯ และผู้สัมผัสใกล้ชิดในสถานพยาบาลและโรงแรม ตลอดจนการล็อกดาวน์เขตต่างๆ ที่เกิดการระบาดรุนแรง
คณะนักวิจัยจากศูนย์วิจัยเวชศาสตร์ปริวรรตแห่งชาติจีน และมหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ได้เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 รอบล่าสุดในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน และในนิวซีแลนด์
สำหรับฮ่องกง อัตราการเสียชีวิตในกลุ่มคนอายุมากกว่า 60 ปี อยู่ที่ร้อยละ 2.7 ซึ่งในกลุ่มนี้มีร้อยละ 19.3 ยังไม่ฉีดวัคซีน ขณะนิวซีแลนด์มีประชากรกลุ่มอายุเดียวกันเพียงร้อยละ 2 ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน จึงทำให้มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ในระดับต่ำที่ร้อยละ 0.07
ขณะเดียวกันความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในภาพรวมของเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีผู้อาศัยอยู่ 25 ล้านคน สูงเกินร้อยละ 90 แล้ว ทว่าตัวเลขนี้ลดต่ำอยู่ที่ร้อยละ 62 ในกลุ่มคนอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งมีอยู่ 5.8 ล้านคน และมีเพียงร้อยละ 38 ที่ฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นแล้ว
ผลการศึกษาระบุว่าเมื่อนับถึงวันที่ 4 พ.ค. เซี่ยงไฮ้พบว่ามีผู้ป่วยเพียง 25 ราย จากผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จำนวน 503 ราย ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดสแล้ว
คณะนักวิจัยกล่าวว่ากลยุทธ์ควบคุมโรคระบาดที่เข้มงวดและรอบด้านในเซี่ยงไฮ้ จึงมีเพื่อช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสฯ รวมถึงให้การวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกและมอบการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการป่วยรุนแรงเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต
การดำเนินชีวิตประจำวันของพลเมืองท้องถิ่นอาจได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทว่ากลยุทธ์ข้างต้นได้สะท้อนผลลัพธ์อันมีศักยภาพ ดังจะเห็นได้จากค่าอาร์0 (R0) หรือดัชนีอัตราการแพร่ระบาด ซึ่งลดจาก 9.5 เมื่อช่วงเริ่มการระบาด เหลือ 0.67 เมื่อวันที่ 1 พ.ค. โดยการยึดมั่นนโยบายโควิด-19 เป็นศูนย์ (zero-Covid)ในชุมชนของเซี่ยงไฮ้และเมืองอื่นๆ จะช่วยกระชับการเชื่อมโยงที่อ่อนแอด้านภูมิคุ้มกันในประชากรทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ผลการศึกษาเสริมว่าความท้าทายต่อไปคือการยกระดับการสื่อสารระหว่างผู้มอบบริการด้านสุขภาพกับสาธารณชน เพื่อเอาชนะความลังเลใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการฉีดวัคซีนได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนสูงอายุและกลุ่มเสี่ยง
https://www.facebook.com/bkkwealthandbiz/posts/2808446916123396


