จีนเผยโครงการ ‘ของเก่าแลกของใหม่’ ปี 2025 กระตุ้นยอดซื้อสะพัด 366 ล้านรายการ

ปักกิ่ง, (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) เหอหย่งเชียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า โครงการแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภค (ของเก่าแลกของใหม่) ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของจีนประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยในปี 2025 โดยมีจำนวนการซื้อขายที่ได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้ถึง 366 ล้านรายการ ส่งผลให้ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นมูลค่ารวม 2.61 ล้านล้านหยวน (ราว 11.5 ล้านล้านบาท)

เหอระบุในงานแถลงข่าวประจำวันว่า โครงการดังกล่าวส่งผลให้บริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (Industrial Enterprises above Designated Size) หลายราย มีมูลค่าการค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำนักงาน เติบโตในเลขสองหลักเมื่อเทียบปีต่อปีในปี 2025 โดยเฉพาะยอดค้าปลีกอุปกรณ์สื่อสารที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.9

โครงการดังกล่าว ยังมีส่วนสำคัญในการยกระดับการบริโภค โดยพบว่า ผู้บริโภคหันมาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์อัจฉริยะมากขึ้น ในปี 2025 ยอดขายยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เติบโตขึ้นร้อยละ 17.6 และมีอัตราครองตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อนับถึงสิ้นปี 2025 ในบรรดารถยนต์นั่งส่วนบุคคลทุกๆ 10 คันที่จำหน่ายในจีนเป็นยานยนต์พลังงานใหม่ถึง 6 คัน

ปี 2025 จำนวนการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน หรือ ประหยัดน้ำในระดับสูงสุด มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ อันได้แก่ แว่นตาอัจฉริยะ สมาร์ตวอตช์ และสายรัดข้อมืออัจฉริยะ เติบโตขึ้นกว่าร้อยละ 40

นโยบายการนำสินค้าเก่ามาแลกเป็นสินค้าใหม่มีส่วนสำคัญในการขยายตัวของยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคของจีน ซึ่งแตะระดับ 50.1 ล้านล้านหยวน (ราว 221 ล้านล้านบาท) ในปี 2025 โดยการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคขั้นสุดท้ายมีสัดส่วนที่ร้อยละ 52 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ

เหอกล่าวว่า กระทรวงฯ จะยังคงเดินหน้าความพยายามในการกระตุ้นและสร้างความคึกคักให้กับตลาดการบริโภคอย่างต่อเนื่อง และจะมุ่งรับประกันว่ามาตรการส่งเสริมการบริโภคเหล่านี้จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/555542_20260127 , https://en.imsilkroad.com/p/349303.html

#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/JTZiS
More
articles