ออโต้วัน เร่งปั้นแรงงานป้อนอุตฯยานยนต์ – ตลาดอาฟเตอร์เซลล์เซอร์วิส ชูโมเดล ‘Operations Trainee Program’ ปั้นอาชีวะสู่ช่างช่างสายซ่อมบำรุง

พร้อมรองรับการขยาย 100 สาขาทั่วประเทศ

ออโต้วัน (AUTO1) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยความสำเร็จโครงการทุนทวิภาคีที่ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 6 ส่งมอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 9,600,000 บาท เพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพควบคู่ไปกับการเรียนภาคทฤษฎี ผ่านความร่วมมือในรูปแบบการศึกษาทวิภาคี (Dual Vocational Education – DVE) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อยกระดับทักษะของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ภายใต้โมเดล ‘Operations Trainee Program’ พร้อมสร้างรายได้ระหว่างการศึกษา ตลอดจนเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษาและตลาดแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

    

นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือ เซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลซ่อมบำรุงให้มีประสิทธิภาพสูง จึงสอดคล้องกับการขยายตัวของออโต้วัน (AUTO1) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร ภายใต้ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายขยายสาขาให้ครบ 100 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับดีมานด์ของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากการเร่งขยายเครือข่ายสาขาแล้ว ออโต้วันยังมุ่งมั่นดำเนินงานในฐานะองค์กรที่พร้อมขับเคลื่อนสังคม ด้วยโครงการทุนทวิภาคี ที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาและการจ้างงานที่มีคุณภาพผ่าน ‘Operations Trainee Program’ โดยการพัฒนาทักษะบุคลากรให้มีทักษะเฉพาะทางผ่านการฝึกอบรมและการปฏิบัติงานจริง ตอบรับความต้องการของตลาดแรงงานสายวิชาชีพ โดยเฉพาะสายช่างเทคนิค ซึ่งเป็นกลุ่มแรงงานทักษะเฉพาะทางที่ตลาดยังคงมีความต้องการสูง นอกจากนี้ผู้เรียนยังได้สัมผัสประสบการณ์ทำงานและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเอง สอดรับกับพันธกิจหลักของกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของโครงการกว่า 6 ปี สามารถปั้นนักศึกษาที่มีความพร้อมทั้งทักษะ Soft Skill และ Hard Skill เข้าร่วมทีมแล้วกว่า 122 คน และบรรจุเป็นพนักงานประจำสูงถึง 84 คน คิดเป็นมูลค่าทุนการศึกษากว่า 9,600,000 บาท”

‘Operations Trainee Program’ นับเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญภายใต้โครงการทุนทวิภาคี (Dual Vocational Education – DVE) ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับรูปแบบการฝึกงานสู่มาตรฐานวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นการวางรากฐานและขั้นตอนการเรียนรู้ที่เข้มข้น เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพ
ที่ชัดเจน ซึ่งนักศึกษาที่ร่วมโครงการจะได้สัมผัสประสบการณ์จากระบบงานจริงในศูนย์บริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการทำงานพื้นฐานไปจนถึงนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ทันสมัยตลอดระยะเวลาการฝึกปฏิบัติงาน 1 ปีเต็ม นอกจากนี้ยังมีการจัดการสอบวัดระดับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเป็นระบบ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมฝึกอบรมและฝ่ายปฏิบัติการออโต้วัน พร้อมผ่านกระบวนการทดสอบและประเมินผลรายเดือน (Training & Evaluation Program) โดยมีผู้จัดการสาขาและผู้จัดการเขตเป็นเมนเทอร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้และบ่มเพาะทักษะความเป็นผู้นำ ดังนี้

  1. การบ่มเพาะพื้นฐาน Technician Level B สู่ Level A – นักศึกษาจากโครงการทวิภาคี (Dual Vocational Education – DVE) ที่ได้รับการคัดเลือก จะเข้าสู่โปรแกรมปูพื้นฐานงานช่างเทคนิคและระบบการให้บริการภายในสาขาเป็นระยะเวลา 4 เดือน เพื่อพัฒนาทักษะและความพร้อมในการ
    เลื่อนระดับจากช่างเทคนิคพื้นฐาน (Level B) สู่ช่างเทคนิคมืออาชีพ (Level A)
  2. การยกระดับสู่ทักษะบริหาร (ช่างเทคนิคระดับ A สู่ผู้ช่วยผู้จัดการสาขา) – เมื่อก้าวสู่ตำแหน่งช่างเทคนิคระดับ A และผ่านการประเมินศักยภาพ พนักงานจะได้รับการสนับสนุนให้ก้าวเข้าสู่สายงานบริหาร โดยจะได้รับการอบรมทักษะการจัดการด้านปฏิบัติการ (Functional Knowledge) อาทิ งานธุรการ, การบริหารคลังสินค้า ระบบบัญชีการเงิน พร้อมฝึกงานบริหารภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 1-2 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการสาขา (Assistant Branch Manager)
  3. การสร้างภาวะผู้นำ (ผู้ช่วยผู้จัดการสาขาสู่ผู้จัดการสาขา) – ในระยะนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะการบริหารคนและบริหารองค์กรผ่านหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership) และโปรแกรมเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้จัดการมือใหม่ (First Time Manager Program) โดยใช้ระยะเวลา
    การบ่มเพาะรวม 4 เดือน เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการสาขา (Branch Manager)
  4. การก้าวสู่ผู้บริหารระดับภูมิภาค (ผู้จัดการสาขาสู่ผู้จัดการเขต) – สำหรับผู้บริหารระดับสาขาที่มีผลงานโดดเด่น จะได้รับการพัฒนาต่อยอดสู่ทักษะการบริหารระดับเขต (District Management) และเสริมทักษะการเป็นโค้ชมืออาชีพ (Leader as Coach) โดยต้องผ่านการฝึกปฏิบัติจริงและประเมินผลตามมาตรฐานของโครงการเป็นเวลา 4 เดือน ก่อนได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสู่ระดับบริหารจัดการในภาพรวม

จากข้อมูลของวิจัยธุรกิจ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) พบมูลค่าตลาดศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2568 มีมูลค่ารวมกว่า 86,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงปี 2562-2566 อยู่ที่ราว 3% ส่งผลให้ความต้องการแรงงานสายช่างเทคนิคและบริการยานยนต์
ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ได้วางแผนพัฒนาแรงงานอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้ายกระดับแรงงานไม่น้อยกว่า 30,000 คนภายในปี 2570 เพื่อรองรับการผลิตและการบริการหลังการขาย รวมถึงสอดคล้องกับแผนการขยายสาขาของ AUTO1 ที่ต้องการกำลังคนสายเทคนิคและบริการเพิ่มขึ้นตามเป้าการขยายสาขาให้ได้ 100 แห่งภายในปี 2569 โครงการทุนทวิภาคี และ ‘Operations Trainee Program’ จึงนับเป็นการลงทุนด้านคนที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญ และเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของธุรกิจที่จะรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ

นายพรสิทธิ์ บุญสม ผู้จัดการสาขา AUTO1 – ไทวัสดุ สาขาบางแสนชลบุรี หนึ่งในนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2564 กล่าวว่า “ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ Operations Trainee ขณะศึกษาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) จึงมีความสนใจที่จะทำงานและศึกษาไปพร้อม ๆ กัน เพื่อหาประสบการณ์ และเห็นว่าโครงการฯ นี้ดำเนินการโดยองค์กรขนาดใหญ่ จึงได้ตัดสินใจสมัคร วันแรกที่เข้าไปเริ่มงานรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่พี่ ๆ ก็ให้การต้อนรับอย่างดี สอนงานและบทเรียนที่หาไม่ได้จากตำราเรียน การได้เข้ามาฝึกปฏิบัติงานจริงแตกต่างจากสิ่งที่คิดไว้ เพราะได้เจอสถานการณ์จริง เจอกับรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ทำให้เรามีความต้องการในการหาความรู้เพิ่มเติม ผมจึงอยากฝากถึงน้อง ๆ ที่สนใจว่าที่ AUTO1 จะสอนเราและทำให้เราไม่กลัวในการเริ่มต้นทำงานอีกต่อไป ขอแค่มีความตั้งใจและพร้อมที่จะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร”

ด้าน นายณัฐดนัย พลพัฒน์ Technician (Level A) Staff สาขา AUTO1 – ไทวัสดุ สาขาบางแสนชลบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการในปีการศึกษา 2565 กล่าวว่า “ผมได้ศึกษาที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) และทราบถึงโครงการดังกล่าว จึงได้สมัครเข้าร่วมเพราะอยากหาประสบการณ์ทำงานที่เน้นการลงมือทำจริง ช่วงที่เริ่มฝึกงานต่างจากที่คิดไว้เยอะ แต่ก็มีความประทับใจเพราะได้ลงมือทำงานกับรถของลูกค้าจริง ๆ โดยมีรุ่นพี่ดูแลอย่างใกล้ชิด คอยแนะนำเทคนิคการทำงานให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนสอนหรือให้คำแนะนำ ในอนาคตตั้งเป้าหมายไว้ว่าต้องทำให้ตัวเองเก่งขึ้น ต้องทำอะไรที่เราไม่เคยได้ทำให้ได้และต้องเติบโตขึ้นในสายงานนี้”

ปัจจุบันในปี 2569 โครงการได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมผนึกความร่วมมืออย่างใกล้ชิดผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 9 แห่ง ประกอบด้วย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค), วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่, วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย, วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่, วิทยาลัยการอาชีพชนแดน, วิทยาลัยเทคโนโลยีชนะพลขันธ์ นครราชสีมา (C-TECH), วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ, วิทยาลัยเทคนิคอุทัยธานี และวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร โดยรับนักศึกษาฝึกงานเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 30 คน และจะได้รับการกระจายเข้าปฏิบัติงานจริงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุม 15 สาขาทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม จากออโต้วัน ได้ที่ www.auto1.co.th
Facebook Fanpage : Auto1 Thailand หรือ โทร. 02 103 3999

 

###

หมายเหตุถึงกองบรรณาธิการ

เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,723 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel  โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่  ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต  มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ  ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น  โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด

 

หมายเหตุ:

บริษัทฯ ได้ขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในประเทศอิตาลี ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดย ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันที่ธุรกรรมการขายกิจการเสร็จสมบูรณ์

 

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร

บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

พลอยฉาย ฉายะวรรณ/โทร 095-559-5538/chploychay@chg.co.th

ชริตา ปรมะธนวัตน์ / โทร 092-995-1546 / pacharita@chg.co.th

ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์

เจซีแอนด์โค คอมมิวนิเคชั่นส์  JC&CO COMMUNICATIONS

นิกรณ์กานต์ วิจักษณ์ไพศาล / 097 230 0528/ nikornkarnv@jcco.co.th

ภัทริยา สุวรรณวงศ์ / 083-242-6496 / phatariyas@jcco.co.th

LINE OFFICIAL: @jccothailand

 

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/IhP0c
More
articles