ปักกิ่ง, 28 พ.ค. (ซินหัว) — กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน เริ่มใช้งานวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดโปรตีนลูกผสม (recombinant protein) ที่พัฒนาในจีน และมีกำหนดฉีดรวม 3 โดส
วัคซีนที่ผลิตจากเซลล์รังไข่ของหนูแฮมสเตอร์ (CHO Cells) เป็นผลงานการพัฒนาร่วมระหว่างสถาบันจุลชีววิทยา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (CAS) และบริษัท อันฮุย จื้อเฟย หลงเคอหม่า ไบโอฟาร์มาซูติคัล จำกัด (Anhui Zhifei Longcom Biopharmaceutical) ผู้ผลิตวัคซีนสัญชาติจีน โดยคณะนักวิจัยของสถาบันฯ เริ่มรับวัคซีนโดสแรก เมื่อวันพฤหัสบดี (27 พ.ค.) ในเขตไห่เตี้ยนของปักกิ่ง
สถาบันฯ เปิดเผยว่าจีนอนุมัติการใช้งานกรณีฉุกเฉินแก่วัคซีนดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 มี.ค. และมีประชาชนจากหลายมณฑล อาทิ อันฮุยและหูเป่ย ทยอยเข้ารับวัคซีนนับตั้งแต่นั้น ขณะวัคซีนชุดแรกออกจากสายการผลิตในปักกิ่งเมื่อวันที่ 3 พ.ค.
การทดลองระยะที่ 2 ซึ่งครอบคลุมผู้มีอายุ 18-59 ปี พบร่างกายของผู้เข้าร่วมร้อยละ 83 ผลิตแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์หลังฉีดวัคซีน 2 โดส และเพิ่มเป็นร้อยละ 97 หลังฉีดวัคซีนครบ 3 โดส
ส่วนการทดลองขั้นต้นที่ดำเนินการในผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป พบอัตราการสร้างภูมิคุ้มกันใหม่ (seroconversion rate) ของแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์สูงถึงร้อยละ 95 หลังฉีดวัคซีนครบ 3 โดส โดยปราศจากอาการไม่พึงประสงค์ร้ายแรงที่เกี่ยวกับวัคซีน
สถาบันฯ ระบุว่าวัคซีนฝีมือจีนตัวนี้กระตุ้นแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ในระดับเทียบเท่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดโปรตีนลูกผสมและชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ตัวอื่นๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ สถาบันฯ กล่าวว่าวัคซีนชนิดโปรตีนลูกผสมไม่จำเป็นต้องถูกผลิตในห้องปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพมาตรฐานสูง โดยสามารถผลิตในปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดต้นทุน อีกทั้งจัดเก็บและขนส่งได้สะดวกกว่าด้วย


