แคนเบอร์รา, 11 มิ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (10 มิ.ย.) แซลลี แม็กเมนัส เลขาธิการสภาสมาคมการค้าแห่งออสเตรเลีย (ACTU) เรียกร้องสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย อนุญาตแรงงานในภาคธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถลางานโดยได้รับค่าจ้างเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ได้นานสูงสุด 4 วัน
แม็กเมนัสระบุว่าราวร้อยละ 40 ของผู้รับวัคซีนมีผลข้างเคียง และการอนุญาตให้ลาพัก 2 วันหลังฉีดแต่ละโดสถือเป็นการช่วยเหลือพนักงานเหล่านี้ฟื้นฟูร่างกาย โดย แม็กเมนัสชี้ว่าหากไม่อนุญาตให้ลางานโดยได้รับค่าจ้าง มีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่ออัตราการฉีดวัคซีนในภาคธุรกิจเหล่านี้
“พนักงานเหล่านี้แตกต่างจากภาคธุรกิจสุขภาพอื่นๆ พวกเขาไม่มีสิทธิทางอุตสาหกรรมที่สนับสนุนการฉีดวัคซีน เช่น การลางานหรือการเดินทางโดยได้รับค่าจ้าง” แม็กเมนัสกล่าว
พนักงานที่ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้พิการมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การฉีดวัคซีนตั้งแต่ระยะที่ 1 หรือเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่มีพนักงานกลุ่มนี้ได้ฉีดวัคซีนไม่ถึงร้อยละ 10 แม็กเมนัสจึงเรียกร้องรัฐบาลจัดการฉีดวัคซีนในสถานที่ทำงาน
“สิ่งที่เกิดขึ้นไม่สอดคล้องกับการดำเนินการของรัฐบาลเพื่อฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขและกลุ่มเสี่ยงสูงอื่นๆ ตามยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาลกลาง” แม็กเมนัสกล่าว “การจะบรรลุอัตราการฉีดวัคซีนระดับสูงเพื่อปกป้องชุมชนนั้น สิ่งสำคัญคือต้องจัดการฉีดวัคซีนในสถานที่ทำงาน”
อนึ่ง ออสเตรเลียฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว 5.53 ล้านโดส เมื่อนับถึงวันศุกร์ (11 มิ.ย.)


