พนมเปญ, 11 ก.พ. (ซินหัว) — วันศุกร์ (11 ก.พ.) กัมพูชาเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการรวมตัวขนาดใหญ่ในวันวาเลนไทน์ (14 ก.พ.) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) หลังจำนวนผู้ป่วยเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
แมม บุญเฮง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา เผยว่าประชาชนบางคน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว มักจะรวมตัวกันเพื่อความบันเทิงหรือรับประทานอาหารร่วมกันในวันวาเลนไทน์ของทุกปี แม้ว่าจะไม่ใช่ประเพณีของกัมพูชาก็ตาม
“กิจกรรมเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สู่ชุมชนในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน” บุญเฮงกล่าว พร้อมเสริมว่า “กระทรวงฯ ขอเตือนประชาชนทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนหนุ่มสาว ให้เฝ้าระวังตัวถึงความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสฯ จะแพร่กระจายในชุมชนของเรา และให้ดำเนินมาตรการด้านสุขภาพอย่างเคร่งครัด”
บุญเฮงกล่าวว่าการฉีดวัคซีนควบคู่กับแนวปฏิบัติ 3 ข้อควรทำและ 3 ข้อห้าม เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคโควิด-19 โดยข้อควรทำ 3 ประการ ได้แก่ สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ และรักษาระยะห่าง 1.5 เมตร ส่วนข้อห้าม 3 ประการ ได้แก่ หลีกเลี่ยงพื้นที่ปิดล้อม ออกห่างจากพื้นที่แออัด และงดเว้นสัมผัสทางกายกับผู้อื่น พร้อมกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่นส่งเสริมมาตรการเหล่านี้ในหมู่ประชาชนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ กัมพูชารายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน เพิ่ม 274 ราย ในวันศุกร์ (11 ก.พ.) โดยขณะนี้กัมพูชามีผู้ป่วยโรคโควิด-19 รวมอยู่ที่ 122,742 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ป่วยเสียชีวิต 3,015 ราย และผู้ป่วยหายดี 118,525 ราย นับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ในประเทศเมื่อเดือนมกราคม 2020
ปัจจุบันกัมพูชาได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1 โดส ให้ประชาชน 14.37 ล้านคน หรือร้อยละ 89.8 ของประชากรทั้งหมด 16 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ได้รับวัคซีนครบโดสเกือบ 13.8 ล้านคน หรือร้อยละ 86.2 โดยใช้วัคซีนซิโนแวคและซิโนฟาร์มของจีนเป็นส่วนใหญ่


