วอชิงตัน, 2 มิ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (1 มิ.ย.) โจ ไบเดน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อลดช่องว่างด้านความมั่งคั่งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในสุนทรพจน์เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีการสังหารหมู่ทัลซา ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรงทางเชื้อชาติที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
ในช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 1 มิ.ย. 1921 คนผิวขาวกลุ่มหนึ่งได้ลงมือสังหารชาวอเมริกันผิวดำกว่า 300 คนในย่านกรีนวูดของเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา และวางเพลิงย่านธุรกิจขนาด 35 ตารางกิโลเมตรของชาวอเมริกันผิวดำ ที่เคยรุ่งเรืองในสมัยนั้นจนได้รับสมญานามว่า “แบล็กวอลล์สตรีต” (Black Wall Street) ส่งผลให้ชาวกรีนวูดประมาณ 10,000 คนต้องพลัดถิ่น และชุมชนดังกล่าวล่มสลายลงจนไม่อาจฟื้นตัวได้ดังเดิมอีก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เมืองทัลซากลับปกปิดเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้ โดยเรียกความโหดร้ายที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพียง “การจลาจล” อีกทั้งในช่วงหลายทศวรรษต่อมา ยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์นี้เพียงน้อยนิด ในรายงานของสื่อ หลักสูตรของโรงเรียน และบทสนทนาของภาคประชาชนและภาครัฐในทศวรรษต่อมา จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เหตุการณ์อันน่าสะเทือนขวัญดังกล่าวจึงได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ในที่สุด
“เพื่อนพ้องชาวอเมริกันของผม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การจลาจล แต่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สังหารหมู่ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา” ถ้อยคำของไบเดนทำให้ผู้คนลุกขึ้นปรบมือ “ความอยุติธรรมบางอย่างช่างเลวร้าย น่ากลัว และน่าสยดสยอง น่าเศร้าใจมากที่เราไม่มีทางลืมเลือนเรื่องเหล่านี้ได้ แม้จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม”
ไบเดนยังกล่าวถึงรายละเอียดของนโยบายต่างๆ ที่มุ่งสนับสนุนการมีบ้านเป็นของตัวเอง และมุ่งช่วยเหลือธุรกิจและผู้ประกอบการกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย โดยมาตรการเหล่านี้รวมไปถึงการใช้อำนาจซื้อของรัฐบาลกลาง เพื่อลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่ถือครองโดยคนจากกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย และการจัดสรรเงิน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.11 แสนล้านบาท) ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อปรับปรุงย่านต่างๆ ที่ด้อยโอกาสในทั่วประเทศ
ไบเดนซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่เดินทางมายังทัลซาและกล่าวรำลึกถึงการสังหารหมู่ดังกล่าว วางแผนจะปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเคหะที่เป็นธรรม (Fair Housing Act) โดยกำหนดให้สำนักงานการเคหะและการพัฒนาเมือง “บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างจริงจังยิ่งขึ้น” ซึ่งมีเป้าหมายคือการยกระดับการถือครองบ้านของประชากรผิวดำ
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ไบเดนประกาศไม่ได้ครอบคลุมแผนการยกเลิกหนี้สินของนักเรียน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มนักเรียนผิวดำอย่างไม่เป็นธรรม อีกทั้งยังไม่ตอบโจทย์เรื่องการชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้ตกเป็นเหยื่อจากการสังหารหมู่
ไบเดนยังประกาศด้วยว่า คามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นผู้นำของคณะรัฐบาลสำหรับการปกป้องสิทธิในการลงคะแนนเสียงของชาวอเมริกัน หลังทำเนียบขาวได้กล่าวหากฎหมายด้านการลงคะแนนเสียงที่เข้มงวด ซึ่งหลายรัฐที่สนับสนุนพรรครีพับลิกันประกาศใช้เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าทำให้ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียงได้ยากขึ้น
ทั้งนี้ ไบเดนได้ประกาศให้วันที่ 31 พ.ค. 2021 เป็น “วันแห่งการรำลึก 100 ปีเหตุการณ์สังหารหมู่ทางเชื้อชาติในทัลซาปี 1921” เขาแถลงว่า “รัฐบาลกลางต้องพิจารณาและยอมรับว่าตนเองมีบทบาทในการพรากความมั่งคั่งและโอกาสไปจากชุมชนคนผิวดำ”



