นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการกล่าวพาดพิงถึงคดีญาติของนายเดชอิศม์บุกรุกโบราณสถานหัวเขาแดง จ.สงขลา ว่า อยากถามกลับไปว่านายศุภชัยยังเป็นนักกฎหมายอยู่หรือไม่? เพราะคนที่เป็นนักกฎหมายต้องมีจริยธรรมด้วย และยังเป็นนักการเมืองอยู่หรือไม่? หากยังเป็นควรมองที่ปวงชนชาวไทย อย่าไปมองที่คนใด หรือตระกูลใดตระกูลหนึ่ง นั่นไม่ใช่นักการเมือง
“การที่ญาติพี่น้องไปกระทำความผิด เราต้องไปรับผิดด้วยหรือ พี่ผมไปกระทำความผิดผมต้องไปรับผิดด้วยหรือ หากยกตัวอย่างง่าย ๆ หากพ่อของคุณศุภชัย ไปบุกรุกเขากระโดงแล้วโดนศาลตัดสินจำคุก ถามว่าคุณศุภชัยต้องไปรับโทษด้วยไหม ก็ไม่ต้อง ฉะนั้น จึงอยากให้นายศุภชัยตั้งหลักคิดให้ดี อย่าเอามาปนเปกันที่สำคัญวันนี้ญาติผม บุกรุกโบราณสถานไม่ใช่หัวเขาแดงแต่เป็นเขาน้อย ตอนนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จึงไม่แน่ใจว่าการที่นายศุภชัยมาพูดเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ พร้อมฝากไปถึงนายศุภชัยว่า เอาอย่างนี้ดีไหม เราขนคนที่เป็นผู้ต้องหาระหว่างเขากระโดงเขาน้อยมาที่วัดพระแก้วมาสาบานร่วมกันว่ายอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา”นายเดชอิศม์ กล่าว
นายเดชอิศม์ ได้กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณากรณีเขากระโดง ว่า เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่ต้องเพิกถอน น่าจะต้องรออธิบดีคนใหม่มาเพิกถอนโฉนดที่ดิน ทางรัฐมนตรีว่าการ มท.ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจน ว่าที่ดินหลวงต้องเป็นของหลวงเท่านั้นทุกตารางนิ้ว ฉะนั้น ต้องทำให้เร็วที่สุด และต้องทำทั่วประเทศไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ขอย้ำว่าที่ดินของหลวงต้องเอากลับมาเป็นของหลวงให้หมด และต้องไม่ยืดเยื้อกว่านี้ ประชาชนทั้งประเทศรอคอยมานาน
นายเดชอิศม์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องค่าชดเชย และเยียวยาชาวบ้านที่อยู่บริเวณเขากระโดงนั้น ต้องไปดูเรื่องความผิด แต่เท่าที่ดูไม่เหมือนเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์มีการทำมาเป็นทอดๆ แต่เขากระโดงมีทอดเดียวคือคนที่บุกรุก และมาออกโฉนดเลย การที่จะฟ้องเอาผิดไม่รู้จะฟ้องเอาผิดกับใคร ส่วนถ้ามีการขายต่อเจ้าที่ 2 และเจ้าที่ 3 ไป ก็ต้องดูว่าความผิดตกอยู่ที่ใคร ส่วนที่ที่มีการก่อสร้างก็ถือว่าเป็นการบุกรุก
สำหรับกรณีที่ดินของการรถไฟได้ถูกสร้างเป็นสนามแข่งรถนั้น นายเดชอิศม์ กล่าวว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เอากลับไปให้การรถไฟ หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของการรถไฟว่าจะทำอย่างไร
ส่วนประเด็นที่มีการมองว่าที่มาทำเรื่องนี้เป็นการเปิดศึกกับฝ่ายตรงข้าม นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่มี
“จะไปเปิดศึกทำไม สู้พละกำลังเขาไม่ได้เลย เป็นรอง 1 หรือ 100 ไม่อยากสู้รบกับใครเลย แต่ต้องทำหน้าที่”นายเดชอิศม์ ระบุ
#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวwealth_and_biz


