โคลัมโบ, 23 ก.ย. (ซินหัว) — วันพฤหัสบดี (23 ก.ย.) ทำเนียบประธานาธิบดีศรีลังกา แถลงว่าศรีลังกาได้เสนอให้จัดตั้งศูนย์กลางองค์ความรู้ระดับภูมิภาคขึ้นในกรุงโคลัมโบ เมืองหลวงของศรีลังกา โดยเป็นการร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนบทเรียนที่ได้จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และสนับสนุนหลายประเทศให้ฟื้นตัว
แถลงการณ์อ้างอิงคำพูดของโกตาบายา ราชปักษา ประธานาธิบดีศรีลังกา ขณะกล่าวในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 76 โดยระบุว่าแม้ศรีลังกาจะเป็นประเทศกำลังพัฒนา แต่ก็ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งสำหรับแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนขนานใหญ่ทั่วประเทศ
“ศรีลังกามีประชาชนที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบโดสเกือบทั้งหมดแล้ว และผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปจะฉีดวัคซีนครบโดสภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ จากนั้นจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับเด็กที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปในอนาคตอันใกล้” ราชปักษากล่าว พร้อมเสริมว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการฉีดวัคซีนเป็นผลมาจากการประสานงานร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ กองทัพ ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการเลือกตั้ง
เขากล่าวต่อว่าศรีลังกายังได้รับประโยชน์อย่างมากจากการสนับสนุนทางการเงินและอุปกรณ์เครื่องมือ ซึ่งได้รับจากผู้บริจาคระดับทวิภาคีและพหุภาคีเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดใหญ่ โดยเขาได้แสดงความขอบคุณบรรดาประเทศและสถาบันที่ให้การช่วยเหลือ โดยความร่วมมือระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจ
ราชปักษากล่าวว่าการแพร่ระบาดส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างร้ายแรง และก่อความเสี่ยงอย่างสูงแก่การดำเนินงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030
และต้องมีการปรับใช้แผนริเริ่มเพิ่มเติม อาทิ การจัดสรรเงินทุนเพื่อการพัฒนาและการบรรเทาหนี้สิน ผ่านกลไกระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้หลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน


