“ร้านวัสดุก่อสร้างเพิ่มพูนทรัพย์” จ.พิษณุโลก จากร้านเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน สู่ธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างชุมชนกว่า 15 ปี

จากร้านเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน สู่ธุรกิจที่เติบโตเคียงข้างชุมชนกว่า 15 ปี

ฉัตรลดา นาคเอม (วรรณ) เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างเพิ่มพูนทรัพย์ จังหวัดพิษณุโลก เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ประกอบการว่า เดิมทำงานประจำ ก่อนตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากมองเห็นโอกาสในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างภายในหมู่บ้าน หากชาวบ้านต้องการซ่อมแซมหรือต่อเติมบ้าน แม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องเดินทางเข้าไปซื้อสินค้าในตัวเมือง ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ทำให้ทั้งเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

“เราเห็นปัญหาของคนในชุมชน จึงตัดสินใจเปิดร้าน เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถหาซื้อวัสดุก่อสร้างได้สะดวกขึ้น”

ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการร้านวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในตัวเมือง ซึ่งให้ความไว้วางใจนำสินค้าไปจำหน่ายก่อน และค่อยชำระเงินภายหลัง ทำให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ แม้จะมีเงินลงทุนไม่มากนักในระยะแรก

ระยะแรกของการเปิดร้าน ยังไม่ได้ลงทุนในสินค้าขนาดใหญ่ เช่น วัสดุงานโครงสร้าง เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง จึงเลือกใช้วิธีประสานงานกับร้านวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในตัวเมือง เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้า ก็จะสั่งผ่านร้านคู่ค้าให้จัดส่งตรงถึงลูกค้า เป็นการลดต้นทุน ลดความเสี่ยงด้านการสต็อกสินค้า และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อกิจการเริ่มเติบโตและมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น จึงได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจาก SME Bank เพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ช่วยเสริมสภาพคล่อง รองรับการบริหารสต็อกสินค้า และสนับสนุนการเติบโตของกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

ผลตอบรับในช่วงแรกถือว่าดีเกินความคาดหมาย จากยอดขายวันแรกประมาณ 2,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 5,000 บาท และค่อย ๆ เติบโตจนมียอดขายต่อเดือนประมาณ 300,000–400,000 บาท ทำให้สามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลาประมาณ 4–5 ปี

คุณวรรณมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตในช่วงนั้น มาจากเศรษฐกิจภาคการเกษตรที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ชาวบ้านมีรายได้จากผลผลิตทางการเกษตร จึงนำเงินมาสร้างบ้านใหม่ ซ่อมแซม และต่อเติมที่อยู่อาศัย ส่งผลให้ความต้องการวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ก่อนเปิดร้านจะเคยทำงานด้านเอกสารในบริษัทจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมาก่อน แต่เมื่อมาทำธุรกิจจริงกลับพบว่ามีรายละเอียดอีกมากที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับงานช่างและงานเกษตร

“ช่วงแรกถือเป็นช่วงของการเรียนรู้ เพราะสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะน็อตและอุปกรณ์เครื่องมือการเกษตร มีรายละเอียดและขนาดที่หลากหลาย เราจึงอาศัยการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ควบคู่กับคำแนะนำจากช่างในพื้นที่อยู่เสมอ จนสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างมั่นใจ”

การเรียนรู้หน้างานและการเปิดใจรับฟังคำแนะนำ ทำให้สามารถพัฒนาความรู้เกี่ยวกับสินค้าได้มากขึ้น จนสามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้อย่างมั่นใจ

สำหรับการสร้างฐานลูกค้า คุณวรรณให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับช่างในพื้นที่ เพราะในต่างจังหวัด ช่างถือเป็นผู้ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ หากช่างแนะนำร้านใด ลูกค้าก็มักเลือกซื้อจากร้านนั้น

ร้านจึงสร้างความสัมพันธ์กับช่างทั้งในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง โดยจัดกิจกรรมสะสมคะแนนเพื่อแลกรับของรางวัล เป็นการสร้างแรงจูงใจและความผูกพันระยะยาว ส่งผลให้มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ร้านยังยึดหลักจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม ไม่บวกกำไรมากเกินไป เพื่อให้คนในชุมชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่าย และเกิดการซื้อซ้ำ รวมถึงการบอกต่อจากลูกค้าปากต่อปาก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในชุมชน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรที่ลดลง ส่งผลให้ประชาชนชะลอการซ่อมแซม ต่อเติม และก่อสร้างที่อยู่อาศัย ทำให้ยอดขายของร้านลดลงจากในอดีตอย่างเห็นได้ชัด

ขณะเดียวกัน การขยายตัวของร้านโมเดิร์นเทรดในพื้นที่ รวมถึงการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ก็ส่งผลกระทบต่อร้านวัสดุก่อสร้างขนาดเล็กในชนบทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้จะมีแนวคิดนำสินค้าไปจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่า เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

แม้ต้องเผชิญกับการแข่งขันและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป คุณวรรณยังคงเชื่อมั่นว่า หัวใจของการทำธุรกิจในชุมชนคือความซื่อสัตย์ การบริการที่จริงใจ และการสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า

“ร้านของเราอาจไม่ใช่ร้านที่ใหญ่ที่สุด แต่เราอยากเป็นร้านที่คนในชุมชนนึกถึงเป็นอันดับแรก เมื่อมีความจำเป็นต้องซ่อมแซมหรือสร้างบ้าน การที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไกล และสามารถซื้อสินค้าได้ในราคาที่เป็นธรรม คือความตั้งใจที่เรายึดถือมาตลอด”

กว่า 15 ปีที่ผ่านมา ร้านวัสดุก่อสร้างเพิ่มพูนทรัพย์ไม่เพียงเป็นสถานที่จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้ประกอบการ SME ในชนบท ที่เริ่มต้นจากความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ประกอบการร้านวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ในตัวเมือง ก่อนต่อยอดธุรกิจด้วยการสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียนจาก SME Bank จนสามารถก้าวผ่านอุปสรรค พัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง และเติบโตเคียงข้างชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน

คุณวรรณกล่าวทิ้งท้ายว่า “ตลอดระยะเวลาที่ทำธุรกิจ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงยอดขายหรือผลกำไร แต่คือการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า เพราะสำหรับร้านวัสดุก่อสร้างในชนบท ความสัมพันธ์ที่ดี การดูแลกันด้วยความจริงใจ และการไม่หยุดเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตและอยู่คู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/ttfD2
More
articles