ระวัง แดด ฝุ่น ลม ตัวการ “ต้อเนื้อ” ที่อาจทำให้สายตาเอียงและมองไม่ชัดถาวร

            แสงแดด ฝุ่น ลม อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่รู้หรือไม่ว่าปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้เกิด “ต้อเนื้อ” ภาวะที่เยื่อบุตาขาวลามเข้ามากระจกตา หากปล่อยไว้ อาจกระทบต่อการมองเห็นได้จริง
            แพทย์หญิงพิมพ์พิสาข์ วุฑฒิชัยพันธ์ จักษุแพทย์ชำนาญการด้านโรคจอประสาทตาและวุ้นตา โรงพยาบาลเวชธธานี อินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่า ต้อเนื้อคือภาวะที่ผังผืดของเยื่อบุตางอกจากเยื่อบุตาขาวแล้วลามเข้าหากระจกตา มักเริ่มจากด้านหัวตา พบได้ในผู้ที่โดนแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ลมหรือฝุ่นอย่างเรื้อรัง หากลุกลามมากหรือบังการมองเห็น ทำให้ตาแดง ระคายเคือง หรือเกิดภาวะสายตาเอียงได้
            หลายคนมักสับสนระหว่างต้อเนื้อและต้อลม ซึ่งทั้ง 2 โรคมีความแตกต่างกันดังนี้
  • ต้อลม (Pinguecula): ก้อนนูนสีเหลืองบนเยื่อบุตาขาว ไม่ล้ำเข้ากระจกตา
  • ต้อเนื้อ (Pterygium): คือต้อลมที่ล้ำเข้ากระจกตา มีโอกาสรบกวนการมองเห็น
            ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่การแพทย์ปัจจุบันคาดว่าเกิดจากตัวกระตุ้นบางอย่าง เช่น ลมร้อน ลมแห้ง ฝุ่นควัน มลภาวะ และรังสียูวี โดยตัวกระตุ้นดังกล่าวจะไปรบกวนเซลล์ต้นกำเนิด ทำให้เซลล์นั้นพัฒนาเป็นเยื่อบุตาขาวที่ผิดปกติ เกิดเป็นก้อนผังผืดบริเวณเยื่อบุตาขาวหรือกระจกตา
          อาการของโรคต้อเนื้อสามารถมองเห็นได้จากภายนอก ได้แก่
  • ก้อนเป็นพังผืดสีขาวเหลืองหรือสีชมพูอ่อนๆ มีเส้นเลือดฝอยกระจายอยุ่ทั่วทั้งพังผืด
อยู่ที่บริเวณหางตาหรือหัวตา
  • ตาแดง ระคายเคือง ตาแห้ง แสบเคือง เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา
  • เมื่อขยี้ตาบ่อย ๆ จะทำให้ดวงตาอักเสบ บางครั้งอาจเกิดแผลในกระจกตาหรือทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตาได้
          จักษุแพทย์จะตรวจวินิจฉัยด้วยสลิตแลมป์ (slit-lamp) เพื่อประเมินตำแหน่ง ขนาด และผลกระทบต่อกระจกตาหรือต่อสายตา เพื่อวางแผนดูแลและติดตามการลุกลามของต้อเนื้อ
          การรักษาต้อเนื้อ แบ่งออกเป็น 2 แนวทาง ได้แก่
  • รักษาแบบไม่ผ่าตัด จักษุแพทย์จะพิจารณาใช้ในกรณีที่ต้อเนื้อยังไม่ล้ำเข้ากลางกระจกตา และยังไม่กระทบการมองเห็น โดยจะใช้ยาหยอดตาลดอักเสบหรือน้ำตาเทียม เพื่อลดระคายเคือง รวมถึงแนะนำปรับพฤติกรรม เช่น แว่นกันแดดเลนส์ป้องกันรังสี UV, สวมหมวกปีกกว้าง, หลีกเลี่ยงการเผชิญกับฝุ่นและลมโดยตรง
  • รักษาแบบผ่าตัด  จักษุแพทย์จะพิจารณาใช้ในกรณีต้อเนื้อล้ำเข้ากลางกระจกตาหรือเริ่มรบกวนการมองเห็น มีการเอียงของกระจกตา, อักเสบซ้ำ, หรือเหตุผลด้านความสวยงาม โดยการผ่าตัดมักใช้เวลาโดยเฉลี่ย 10–30 นาที และกลับบ้านได้วันเดียว แบ่งเป็น 2 เทคนิคการผ่าตัดเล็ก ได้แก่
      1. เทคนิค Conjunctival Autograft (CAG) คือการตัดต้อเนื้อออกและ “ปลูกถ่ายเยื่อบุตาของผู้ป่วยเอง” เพื่อปิดแผล เทคนิคนี้จากข้อมูลรายงานพบว่าอัตรากลับมาเป็นซ้ำน้อย
      2. เทคนิค Amniotic Membrane Transplantation (AMT) คือการใช้เยื่อหุ้มรกปิดแผล
 
การดูแลหลังผ่าตัด
  • หยอดยาลดอักเสบ ยาฆ่าเชื้อตามแพทย์สั่ง
  • หลีกเลี่ยงขยี้ตา ว่ายน้ำ หรือสัมผัสฝุ่นลมใน 2–4 สัปดาห์แรก
  • ใส่แว่นกันแดดเมื่อออกแดด
  • มาตรวจตามนัดเพื่อลดความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำและประเมินแผล
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังผ่าตัด
  • ตาแดง ระคายเคืองชั่วคราว, แผลหายช้า
  • ติดเชื้อ (พบได้น้อย)
  • กลับเป็นซ้ำ โดยเฉพาะในผู้สัมผัส UV ต่อเนื่อง หรือมีแผลหดดึง
            แม้ต้อเนื้อจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นได้ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งการใช้แว่นกันแดด หมวกปีกกว้าง และลดการสัมผัสสิ่งระคายเคือง เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยถนอมสายตาได้ในระยะยาว
The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/QXnVd
More
articles