พิสูจน์ การรับพลังธรรมชาติ เต้าเต๋อจิง ราชาแห่งหมื่นคัมภีร์ ปรัชญาล้ำยุคจากอดีต ผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่ ปรับใช้ในยุคปัจจุบัน
ทีมข่าวหน้าสุขภาพและวาไรตี ของ Wealth ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม “เทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ยาสามัญประจำตน” เป็นคอร์สการอบรม 3 วัน 2 คืน ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ปฏิบัติเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีสากล อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่เราไปถึงนั้น ก็รู้สึกทึ่งในความกว้างใหญ่ ของอาคารต่าง ๆ กระจายอยู่บนเนื้อที่ 800 ไร่ ซึ่งมีการออกแบบทางสถาปัตยกรรม ได้อย่างลงตัว โดยใช้สีขาว-ฟ้า เป็นหลัก ดูแล้วสบายตา สบายใจดี แม้บ้านเราตอนนี้ เข้าสู่เดือนร้อนจัดแล้ว แต่ก็เหมือนโชคดี ที่ฝนตกลงมาต้อนรับ ทำให้คลายความอบอ้าวลงไปได้มาก
มูลนิธิเหลาจื่อเต้าเต๋อสากล ก่อตั้งมาในประเทศไทย 26 ปีแล้ว และมีการปรับปรุงอาคารสถานที่ และวิชาการฝึกอบรม ให้ทันสมัยขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งรากของความเป็น “เต้าเต๋อจิง” ซึ่งก็หมายถึง การใช้พลังงาน บำบัดกายใจ ในแบบธรรมชาติ
“ทำไมต้องเป็นที่นี่” เราได้คำตอบภายหลังว่า เพราะที่กาญจนบุรี มีแร่ธาตุอยู่ใต้ผิวดินเป็นจำนวนมาก อย่างที่เราทราบกันดีว่า ที่อำเภอบางกระเจ้า ก็เป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ ส่วนที่อำเภอบ่อพลอย ก็เป็นแหล่งอัญมณี พลอย หรือรวมทั้งหินที่มีพลังงานสะสมมานับล้าน ๆ ปี อยู่ใต้ชั้นผิวดิน ชาวเต้าซิ่น จึงเชื่อว่า การมารับพลังงานธรรมชาติที่นี่ ผสมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ความคิด แม้เป็นเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็จะทำให้เราได้พลังงานดี ๆ กลับไป
ในการเข้าคอร์ส จะว่าไปแล้ว ก็คล้ายๆ กับคอร์สสุขภาพทั่วไป อย่างเช่น กินอาหารมังสวิรัติ งดเนื้อสัตว์เป็นเวลาสามวันเต็ม แต่ถ้าใครเข้าคอร์สที่นานกว่านั้น ก็จะได้กินมังฯ ทุกมื้อ แต่ยังมีชา กาแฟ ให้ดื่มได้ จะเรียกได้ว่า มีความยืดหยุ่นสูง ก็ไม่ผิด

เราตื่นกันตั้งแต่ตีห้า เพื่อสัมผัสพลังงานตามธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ และอากาศดีๆ บนยอดภู มีการสอนการบริหารสามท่า ตามตำรับ ของอาจารย์เจ้าเมี่ยวกว่อ ที่คิดค้นมา เชื่อว่าแค่สามท่าง่ายๆ จะยืดเส้น ยืดสาย ได้ครบตามหลักของหยิน-หยาง หากคุณสนใจ สามารถเปิดยูทูป แล้ว คีย์คำว่า “กายบริหาร 3 ท่า เต้าเต๋อซิ่นซี” ที่อาจารย์เจ้าเมี่ยวกว่อ เป็นผู้นำปฏิบัติเองได้ แนะนำว่า ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ทำไปตามจังหวะ แล้วเราจะได้สมาธิจากการเคลื่อนไหวนี้ด้วย
นอกจากกายริหารสามท่า แล้ว ยังมีการสอนรำมวยจีน แน่นอนระยะเวลาสั้น ๆ เรายังทำตามท่ารำมวยจีน 9 ท่า ไม่ทัน เพราะการเคลื่อนไหวจะเป็นไปอย่างสอดคล้องกัน ทั้งเท้าและมือ ร่ายรำไปตามจังหวะได้อย่างสวยงาม จริงๆ แล้ว ทางจิตอาสาของมูลนิธิฯ มีการเปิดสอนรำมวยจีน ตามแหล่งชุมชน สวนสาธารณะ และสถานที่พิเศษ เช่นโรงพยาบาล เพื่อเปิดโอกาส ให้ผู้สนใจ ได้ฝึกรำมวยจีน เป็นการยืดเส้นยืดสาย และออกกำลังกายที่ไม่หนัก ทุกเพศทุกวัยสามารถ เรียนรู้การรำมวยจีนได้

และทุก ๆ เช้าและค่ำ เราจะได้นั่งสมาธิ โดยมีเสียงดนตรี เบา ๆ เปิดให้ฟัง ช่วยรวมรวมสมาธิให้อยู่กับเสียงดนตรี ไม่ไหลเตลิด หรือ ส่งจิตออกนอกได้ ซึ่งเราจะนั่ง สมาธิที่บนพื้น หรือว่านั่งบนเก้าอี้ ก็ได้ทั้งนั้น โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้น จะแผ่เมตตา ไปถึงโลกและสรรพสิ่ง ให้สงบ ร่มเย็น ปราศจากทุกข์ และภัยพิบัติต่าง ๆ


ไฮไลท์อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดคือ “สปาดิน” เสียดายที่วันนั้น มีฝนตกลงมา ทำให้พื้นดินแฉะ เราจึงไม่สามารถทำสปาดิน ซึ่งผู้จัดบอกว่า จะขุดหลุมแล้วให้เราลงไปนอนบนดินอุ่น ๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการผ่อนคลายความเมื่อยล้า เรายังได้รับพลังงานจากดินที่มาโอบกอดตัวเราไว้ด้วย
กิจกรรม ทั้งกายบริหาร รำมวย และนั่งสมาธิ เป็น 3 ใน 8 หัวใจหลักของเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี อันประกอบด้วย กายบริหาร, รำมวย, ดนตรี, สมาธิ, สื่อพัฒนา, การร่วมฝึกปฏิบัติ, นันทนาการ และการรับใช้สังคม ซึ่งในแต่ละเทคนิค ก็จะมีแนวปฏิบัติ และวิธีการ ที่แตกต่างจากที่อื่น
เราถามว่า ทำไมต้องรับใช้สังคม ก็ได้คำตอบว่า เป็นการกระทำโดยไม่หวังผลตอบแทน โดยหวังให้ผู้อื่นมีความสุข ซึ่งตรงกับหลักการของท่านเหล่าจือ หนึ่งในปรมาจารย์ในหลักปรัชญาจีน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี มีเรื่องเล่าว่า ไอนสไตน์ นักฟิสิกส์ผู้โด่งดัง หลังอ่านคัมภีร์เต้าเต๋อจิงแล้ว ถึงกับยกย่องว่า เป็นราชาแห่งหมื่นคัมภีร์ทีเดียว ปัจจุบันลูกศิษย์ลูกหาของท่านเหลาจื่อ ใช้แนวคิดปรัชญาของท่าน กระจายอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโลกตะวันออก
ในการฝึกอบรม เรายังได้มีโอกาส เข้าร่วมในส่วนที่เรียกว่า “สื่อพัฒนา” ซึ่งจะบอกว่าเป็นการบำบัดโรค โดยใช้สมาธิ ของทั้งตนเองและผู้อื่น ช่วยกันบำบัด โดยเชื่อว่า คำพูดดีๆ ที่ออกมาด้วยความปรารถนาดี และใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตา จะช่วยรักษาโรคได้ หรืออย่างน้อย ก็ไม่ทำให้โรคที่เกิดขึ้นอยู่ควบคุมได้ ไม่ลุกลามออกไป
ตัวดิฉันเอง ก่อนไปมีอาการปวดไหล่ ปวดแขน ซึ่งก็บอกอาจารย์ไป ปรากฎว่า เมื่อกลับถึงบ้าน อาการเจ็บปวดนั้นลดลง ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า เป็นผลจากการรับพลังงานจากสื่อพัฒนา จากการยืดเส้นยืดสาย ด้วยกายบริหาร หรือเราไม่มีความเครียดเลย ในขณะอยู่ที่นั่น จึงทำให้อาการเจ็บปวดนั้นหายไป แต่ที่แน่ ๆ แนวคิดที่ได้จากการเข้ารับการคอร์ส เช่นการปล่อยวาง การมีใจที่เมตตา ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ อย่างน้อยก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ในภาวะสังคมที่เร่งรีบ ภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า ในปัจจุบัน

มูลนิธิเหล่าจื่อเต้าเต๋อสากล เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ร่วมคอร์สอบรมได้ทุกเดือน ซึ่งมีทั้งแบบสองวัน สามวัน เจ็ดวัน ซึ่งก็จะมีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ผู้สนใจ จะไปร่วมพิสูจน์พลังงานจากดิน ฟ้า พลังงานจักรวาล โดยใช้พลังจากการกระทำด้วยตัวเอง เช่น การนั่งสมาธิ การพูดดี คิดดี ตามหลักปรัชญาของท่านเหลาจื่อ คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ที่ “Facebook เต้าเต๋อซินซี” ซึ่งเชื่อว่าจะได้แนวคิดและข้อปฏิบัติ อันจะนำสู่ความสุขในการใช้ชีวิตได้อีกทางหนึ่ง
เรื่องโดย : มนัสวรรณ หลินพันธุ์


