ผลประเมิน AGM Checklist 2569 ทึ่ง 4 บจ. เต็ม 100 ต่อเนื่อง 19 ปี

สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ตอกย้ำ ‘พลังธรรมาภิบาล’ กับก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนของผู้ลงทุนรายบุคคล

โครงการ “การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569” หรือ AGM Checklist ซึ่งสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2549 โดยตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่สมาคมฯ ยึดมั่นมาโดยตลอด คือการทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” และสร้างดุลยภาพให้เกิดขึ้นในตลาดทุน การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM) ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามกฎหมายหรือหน้าที่ตามระเบียบเท่านั้น แต่คือ “เวทีสำคัญเชิงยุทธศาสตร์” ที่เปิดโอกาสให้ 3 มิติหลัก ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และผู้ถือหุ้น ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความมั่นใจร่วมกัน

ในการประเมิน AGM Checklist ปี 2569 นี้ สมาคมฯ ได้รวบรวมข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียนทั้งใน SET และ mai รวม 832 บริษัท (ข้อมูล ณ 30 เมษายน 2569) ซึ่งสามารถไฮไลท์และทิศทางที่เป็นนิมิตหมายอันดีดังนี้

1. สถิติใหม่สะท้อนคุณภาพตลาดทุนไทยที่เติบโตขึ้น
• คะแนนเฉลี่ยทำสถิติสูงสุด: ภาพรวมคะแนน AGM Checklist 2569 ออกมาน่าประทับใจ โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 95.14 คะแนน (เพิ่มขึ้นจาก 94.79 คะแนนในปี 2568)
• บริษัทที่คว้า 100 คะแนนเต็ม พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์: มีบริษัทจดทะเบียน ที่ได้รับคะแนนเต็ม 100 มากถึง 355 บริษัท (คิดเป็น 42.67%) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ที่มี 344 บริษัท โดยชัดเจนว่าภาคธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
• คะแนนขั้นต่ำปรับตัวดีขึ้นชัดเจน: คะแนนต่ำสุดในปีนี้อยู่ที่ 54.00 คะแนน ขยับขึ้นมาจาก 44.50 คะแนนในปี 2568 และดีกว่าในอดีตมาก (เช่น ปี 2563 ที่เคยอยู่ที่ 28.00 คะแนน) แสดงให้เห็นว่ากลุ่มบริษัทที่เคยมีข้อจำกัดก็เริ่มปรับตัวและยกระดับมาตรฐานตามขึ้นมาแล้ว

2. รูปแบบการประชุมกับความสะดวกของผู้ถือหุ้น
ในส่วนของรูปแบบการจัดประชุม ปัจจุบันพบความลงตัวของการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานให้ผู้ลงทุนรายบุคคลเข้าถึงได้มากขึ้น โดย
• การประชุมแบบ Online (e-AGM): ยังคงเป็นรูปแบบหลักที่ใช้กันมากที่สุด อยู่ที่ 480 บริษัท (57.69%)
• การประชุมแบบ Physical: มีจำนวน 304 บริษัท (36.54%)
• การประชุมแบบ Hybrid: มีจำนวน 48 บริษัท (5.77%)
สำหรับสถิติเวลาที่ใช้ในการประชุม เฉลี่ยอยู่ที่ 1.38 ชั่วโมง (ประมาณ 1 ชั่วโมง 38 นาที) ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่กระชับ เหมาะสม และได้เนื้อหาสาระครบถ้วน

3. เชิดชูองค์กรต้นแบบแห่งความสม่ำเสมอ (Hall of Fame)
สมาคมฯ ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับบริษัทจดทะเบียน ที่รักษามาตรฐานการจัดประชุม AGM ได้อย่างดีเยี่ยมระดับ 100 คะแนนเต็ม อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ OCC-บริษัท โอ ซี ซี จำกัด (มหาชน), PG-บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน), TIPH-บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และ TK-บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) ที่สามารถรักษามาตรฐานคะแนนเต็ม 100 ได้ต่อเนื่องยาวนานที่สุดถึง 19 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2551-2569) รวมถึงบริษัทชั้นนำอีกหลายแห่งที่รักษาสถิติได้อย่างต่อเนื่อง 10-17 ปี ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมให้กับตลาดทุนไทย

4. จุดยืนของสมาคมฯ และข้อเสนอแนะเพื่อความยั่งยืนของผู้ลงทุนรายบุคคล
เป้าหมายสูงสุดของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ไม่ใช่เพียงแค่การตรวจเช็กคะแนน แต่คือการ “คุ้มครองสิทธิ” และ “สร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับผู้ลงทุนรายบุคคล” (Retail Investors) ซึ่งเราได้ให้ข้อเสนอแนะและย้ำจุดยืนสำคัญใน 4 ประการ (Vote No) ไว้ดังนี้
1. ผู้สอบบัญชีมีเงื่อนไข: เป็นการส่งสัญญาณสุขภาพทางการเงิน ให้กับผู้ถือหุ้นในฐานะเจ้าของกิจการ
2. งดเว้นการเสนอวาระจร: สมาคมฯ ยินดีมากที่ปีนี้มีบริษัทที่เสนอวาระจร เพียงแค่ 1 บริษัทเท่านั้น สะท้อนว่าบริษัทให้ความเคารพสิทธิการรับรู้ข้อมูลล่วงหน้าของผู้ถือหุ้น
3. ความเป็นอิสระของกรรมการ (กรรมการอิสระเกิน 9 ปี): สมาคมฯ ยังคงให้ความสำคัญกับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระ โดยอยากเห็นการเตรียมแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) ที่เหมาะสม เพื่อคงความมีประสิทธิภาพและความเป็นอิสระในการถ่วงดุล
4. การเพิ่มทุนแบบ General Mandate (GM): สมาคมฯ เสนอให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิประโยชน์หรือเกิด Dilution Effect ต่อผู้ถือหุ้นเดิมโดยไม่จำเป็น

มงคล ลีลาธรรม นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

สมาคมฯ เชื่อเสมอว่า “ผู้ลงทุนรายบุคคลคือรากฐานที่สำคัญของตลาดทุนไทย” เมื่อผู้ลงทุนรายบุคคลมีความรู้ ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เท่าเทียม และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรม จะกลายเป็นพลังเงินทุนระยะยาวที่ช่วยขับเคลื่อนภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างมั่นคง งานของสมาคมฯ ผ่าน ชมรมอาสาพิทักษ์สิทธิผู้ถือหุ้น จะยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง โดยเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งสำนักงาน ก.ล.ต., ตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทจดทะเบียน ทุกแห่ง บนพื้นฐานของการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นบวกต่อทุกฝ่าย (Win-Win) เพื่อให้ ตลาดทุนไทยเป็นตลาดที่โปร่งใส น่าเชื่อถือ และยั่งยืนสำหรับทุกคน

“ขอขอบคุณอาสาพิทักษ์สิทธ์ผู้ถือหุ้นกว่า 600 คน ที่มีจิตอาสามาปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท รวมถึงบริษัทจดทะเบียนทุกบริษัท ก.ล.ต. ตลท. ETDA สภาวิชาชีพบัญชีฯ ACT IOD AIMC ThaiBMA ที่ช่วยสนับสนุนผลักดันให้โครงการนี้เกิดการกำกับดูแลที่ดีอย่างยั่งยืน และสื่อมวลชนทุกคนที่ช่วยเป็นสื่อกลางนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้สู่สาธารณชน”

#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz #bkkwealthandbiz #wealthnbiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/zjJaZ
More
articles