ปฏิบัติการปิดด่านศุลกากร : ก้าวสำคัญสู่การเป็นท่าเรือการค้าเสรีระดับโลกของ ‘ไห่หนาน’

18 ธันวาคม 2568 นี้เป็นต้นไป จีนจะเริ่มการปิดด่านศุลกากรที่มณฑลไห่หนาน ตามแผนการสร้างเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port – FTP) เพื่อเปิดประเทศสู่ภายนอกในระดับสูง เป้าหมายเพื่อยกระดับการค้าและการลงทุน และปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนให้เปิดกว้างขึ้น ตามการอนุมัติของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ประเด็นหลักที่น่าสนใจในการมุ่งผลักดันให้ไห่หนานเป็นประตูการค้า เป็นช่องทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของจีน คือ จีนมีเป้าหมายเพื่อสร้างเขตการค้าเสรีที่ทันสมัยและมีเอกลักษณ์ เพื่อดึงดูดการลงทุนและส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว และบริการต่างๆ ตามพันธสัญญาการเปิดเสรีการค้าของจีนนั่นเอง

การประกาศและกำหนดเวลาปิดด่าน จึงเป็นเสมือนหมุดหมายสำคัญก้าวแรก ให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า ณ ปัจจุบัน จีนมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามแผน FTP ให้เป็นรูปธรรมแล้ว และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของจีนในการขยายการเปิดกว้างสู่ภายนอกในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าที่เกิดอยู่ในขณะนี้ก็ตาม

เพราะการประกาศ “ปิดด่าน” ที่กำหนดออกมานั้น จริงๆ แล้วในทางปฏิบัติเป็นการปรับเปลี่ยนระบบการบริหารจัดการพรมแดนให้มีประสิทธิภาพและเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้สินค้าและบริการสามารถเคลื่อนย้ายเข้าออกได้สะดวกขึ้น ภายใต้กฎระเบียบที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น ตามยุทธศาสตร์สำคัญด้านการปฏิรูปและการเปิดประเทศในยุคใหม่ ซึ่งวางแผนและผลักดันโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา

และหากเจาะลึกการปิดด่านศุลกากรครั้งนี้ จะไม่ใช่การปิดเกาะไห่หนาน แต่เป็นการเปิดกว้างมากขึ้น เพราะขอบเขตของสินค้าที่ได้รับสิทธิ์ “ปลอดภาษี” จะขยายเพิ่มเป็นประมาณ 6,600 พิกัดภาษี หรือร้อยละ 74 ของพิกัดภาษีทั้งหมด เมื่อเทียบกับก่อนปิดด่านศุลกากร โดยระบบเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกในครั้งนี้ คือการเปิดเสรีที่แนวเส้นแรก ควบคุมที่แนวเส้นที่สอง และให้เสรีงานศุลกากรอย่างอิสระทั่วทั้งเกาะ ซึ่งรวมถึงนโยบายสินค้าปลอดภาษีที่เอื้อประโยชน์มากยิ่งขึ้น นั่นคือ หลังจากที่มีการดำเนินงานศุลกากรอิสระแล้ว ทั้งเกาะไห่หนานจะกลายเป็นพื้นที่พิเศษที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศุลกากร ใช้กลไกนโยบายเปิดเสรีและอำนวยความสะดวก

นายเลี่ยว หมิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของจีน กล่าวว่า จำนวนสินค้าปลอดภาษีในไห่หนานจะเพิ่มขึ้นจากราว 1,900 เป็นราว 6,600 รายการ โดยขอบเขตผู้ได้รับประโยชน์ตามเกณฑ์จะขยายครอบคลุมผู้ประกอบการ สถาบันสาธารณะ และหน่วยงานเอกชนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการในท่าเรือการค้าเสรี ซึ่งมีความต้องการนำเข้าสินค้าจริง

นายหวัง ชางหลิน รองประธานคณะกรรมการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติจีน กล่าวว่า การดำเนินงานศุลกากรอย่างอิสระทั่วทั้งเกาะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานและหมุดหมายสำคัญในความพยายามเปิดกว้างที่มีมาตรฐานสูงของจีน ซึ่งจะปรับใช้แนวทางกำกับดูแลแบบมุ่งเป้าที่มีการแทรกแซงต่ำและประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้สินค้านำเข้าที่ผ่านกระบวนการเพิ่มมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ในไห่หนานสามารถเข้าถึงแผ่นดินใหญ่โดยได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากร

นายหยวน เสี่ยวหมิง เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ของจีน กล่าวว่ากระทรวงฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกบัญชีรายการสินค้าพิเศษและสินค้าต้องห้ามหรือจำกัดการนำเข้าและส่งออกในท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ซึ่งบัญชีนี้กำหนดขอบเขตสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อห้ามหรือข้อจำกัดการนำเข้าและส่งออกอย่างชัดเจนเป็นระบบ เพื่อให้ภาคธุรกิจเข้าใจขอบเขตการกำกับควบคุมได้ง่าย

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเปิดเขตการค้าเสรีไห่หนาน (Hainan Free Trade Port) อย่างเป็นทางการ หมายความว่าการนำเข้าและส่งออกของสินค้า จะดำเนินการผ่านศุลกากรเกาะไห่หนาน และการเดินทางเข้าสู่เกาะไห่หนานของนักท่องเที่ยว จะต้องผ่านการอนุญาตจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เช่นเดียวกับการไปเที่ยวต่างประเทศ

“ไห่หนาน ได้ตอกย้ำความพร้อมเปิดเขตการค้าเสรี และมุ่งเน้นพัฒนาให้เกาะไห่หนานเป็นท่าเรือการค้าเสรีระดับสูง ที่มีประสิทธิภาพและมีอิทธิพลระดับโลก อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นใจต่อคู่ค้านานาประเทศว่า การค้าในเขตการค้าเสรีไห่หนานจะมีความราบรื่น รวดเร็ว ผ่านการวางระบบศุลกากรที่มีมาตรฐาน” นายภูสิต กล่าว

 

นายภูสิต ยังแนะนำผู้ประกอบการไทยให้เตรียมความพร้อมในการส่งออกสินค้าและบริการ โดยศึกษากฎระเบียบการนำเข้า Negative List ความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ เพราะเชื่อว่าการค้าในเกาะไห่หนานจะมีอัตราการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องพัฒนาและยกระดับคุณภาพของสินค้าไทย เพื่อให้โดดเด่นกว่าสินค้าอื่น ๆ ในท้องตลาด

สำหรับโอกาสของประเทศไทย สินค้าประเภทอาหารแปรรูป ผลไม้ แช่เย็น/แช่แข็ง และอาหารทะเลที่ไทยส่งไปจีน อาจเข้าถึงผู้บริโภคบนเกาะไห่หนานได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางปลอดภาษี เช่นเดียวกับบริษัทไทยที่ให้บริการโลจิสติกส์ บริการขนส่ง คลังสินค้า หรือบริการสนับสนุน อาทิ บริการอาหาร โรงแรม การซ่อมบำรุง อาจได้งานมากขึ้น รวมถึงบริษัทไทยที่เก่งบริการดิจิทัล การเงิน ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายเอื้อ อาจร่วมธุรกิจหรือให้บริการแบบ B2B ได้

ขณะที่ด้านธุรกิจท่องเที่ยว จะมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยในแง่โอกาส ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย-จีน มีโอกาสที่จะจับกลุ่มลูกค้าระดับบนที่เดินทางไปช้อปปิ้ง ไปพักผ่อนที่ไห่หนาน ให้เดินทางต่อมายังไทยได้ แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีน เพราะหากไห่หนานกลายเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ช้อปปิ้ง Duty-free และรีสอร์ตระยะใกล้สำหรับนักท่องเที่ยวจีนไปแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เคยมาไทยอาจถูกดึงไป โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นช้อปปิ้งและทัวร์สั้น ๆ

ด้านรัฐบาลไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และกรมศุลกากรของไทย ควรเร่งเจรจา ประสานกับจีน ทั้งหน่วยงานท้องถิ่นไห่หนาน และระดับชาติ เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดกฎศุลกากรพิเศษ หาตัวอย่างข้อยกเว้นสินค้าที่เข้าข่าย และช่องทางการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ส่งออกไทย เพื่อให้การเปิดด่านศุลกากรท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานครั้งนี้ กลายเป็นโอกาสมากกว่าความเสี่ยง

บทสรุป การเปิดด่านศุลกากรท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ จึงถือเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นสู่อนาคตของจีน ด้วยรูปแบบการเปิดกว้างเสรีการค้าในระดับสูง ซึ่งจะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นแก่ทั้งผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ นั่นคือ ประตูแห่งการเปิดเสรีการค้าของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้น ระบบเศรษฐกิจโลกกำลังจะเกิดความร่วมมือเพื่ออนาคตร่วมกันมากขึ้น

โดย นายภูวนารถ ณ สงขลา
ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว
Bangkok Wealth & Biz และ สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/8LI1E
More
articles