นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตเติบโตได้ 3-4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือว่าดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยต้องยอมรับว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อธุรกิจประกันชีวิต หนึ่งในนั้นคือภาวะเศรษฐกิจ ที่เป็นผลมาจากดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ เพราะไม่ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลงก็ส่งผลกับบริษัทประกันชีวิต จึงต้องมีการบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลมากที่สุด และบริษัทประกันชีวิตเองต้องปรับตัว ทั้งในแง่ของรูปแบบประกัน การรวมกลุ่มที่เปลี่ยนไป และต้องบริหารความเสี่ยงเพื่อความมั่นคงแข็งแรง
สำหรับเทรนด์ที่มาแรงของปีนี้คือ เทรนด์สุขภาพ โดยบริษัทประกันชีวิตต้องพัฒนารูปแบบประกันสุขภาพ ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมทั้งการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้มีความเฉพาะตัวมากขึ้น แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“ขณะนี้ธุรกิจประกันมีความหลากหลายมากขึ้น คนซื้อประกันเพราะต้องการบริหารความเสี่ยง เช่น ซื้อไว้เพื่อคุ้มครองชีวิตและเพื่อดูแลคนข้างหลัง ซื้อประกันสุขภาพผ่อนหนักให้เป็นเบาในเรื่องของการรักษาพยาบาล และประกันแบบบำนาญเพื่อการออม จึงทำให้ภาพรวมของธุรกิจประกันมีการเติบโตมากขึ้น คาดว่าปีนี้ทั้งปีธุรกิจประกันชีวิตน่าจะเติบโตได้ในระดับ 2-3%” นายสาระ กล่าว


