ตะลึง! ‘มหากิจศิริ’ ฟ้อง Nestle รีดค่าตอบแทนเกินจริงกว่า 3,000 ล้าน

รายงานข่าวจากวงการยุติธรรม เปิดเผยว่า ครอบครัวมหากิจศิริ ตระกูลมหาเศรษฐีแถวหน้าของไทย ได้ยื่นฟ้องบริษัทเนสท์เล่ (Nestle) ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ฐานทำผิดสัญญากรณีเรียกเก็บค่าตอบแทนเกินจริงกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงสร้างความสงสัยให้กับวงการธุรกิจไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา เป็นที่รับรู้มาโดยตลอดว่า ตระกูลมหากิจศิริ ได้ร่วมทุนกับเนสท์เล่มายาวนาน ถึงขนาดที่ นายประยุทธ มหากิจศิริ ได้รับการเรียกขานทั้งจากสังคมและจากสื่อต่างๆเป็น “เจ้าพ่อเนสกาแฟ” แม้ว่าในทางธุรกิจคือการร่วมทุนกัน โดยเป็นผู้ถือหุ้น 51% ในโรงงานผลิตเนสกาแฟ (ควอลิตี้ คอฟฟี่ โปรดักท์ส จำกัด) แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ หรือ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด โดยตรงแต่อย่างใด ทั้งนี้ในการร่วมทุนทางธุรกิจจะได้รับส่วนแบ่งการตลาด ควอลิตี้ คอฟฟี่ (Quality Coffee) อยู่ที่ 90%

สำหรับเรื่องอื้อฉาวทางธุรกิจในครั้งนี้เมื่อถูกเปิดเผยออกมา ทำให้เกิดข้อสงสัยในประเด็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีอายุร่วมศตวรรษ โดยเฉพาะคำถามในเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ เพราะการที่ตระกูลมหากิจศิริ กล้าออกมาประกาศสงครามทางกฎหมาย กับองค์กรข้ามชาติระดับนี้ว่ามีการเรียกเก็บค่าตอบแทนเกินจริงนั้น ได้จุดประเด็นสงสัยต่อสาธารณชนด้วยเช่นกันเมื่อได้รับรู้เรื่องราวการฟ้องร้องครั้งนี้

เนื่องจากต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาทั่วโลกรวมทั้งสังคมไทย จะให้ความเชื่อถือบรรดาองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน ว่าให้ความสำคัญกับเรื่องของแนวทางปฏิบัติที่ดีในการกำกับดูแลกิจการ สะท้อนไปยังความเชื่อมั่นในเรื่องของความซื่อสัตย์ ความถูกต้อง และความยุติธรรม แต่หลายครั้งที่เกิดกรณีองค์กรข้ามชาติ มีปัญหาที่เน่าเฟะ มีเรื่องของความโลภ เรื่องของการหลอกลวง แม้แต่กระทั่งบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นระดับโลกก็มีเหตุการณ์ลวงโลกที่สร้างความเสียหายกับนักลงทุนอย่างมหาศาลหลายครั้งหลายหนแล้ว จึงทำให้เกิดคำถามว่า กระบวนการตรวจสอบและจริยธรรมทางํธุรกิจของบรรดาบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่ได้รับการยอมรับกันมาตลอดนั้น ยังสามารถจะเชื่อมั่นได้เพียงใด ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์โดยรวมของธุรกิจข้ามชาติอย่างเลี่ยงไม่พ้น

สำหรับ กรณีของ Nestle ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกฟ้องคดีในครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นแบรนด์ติดตลาดที่ดำเนินกิจการมายาวนานกว่า 150 ปี ในเกือบ 200 ประเทศ เป็นที่รู้จักของผู้คนในแต่ละประเทศเป็นอย่างดี รวมทั้งในไทยด้วย การที่ถูกฟ้องร้องจนก่อให้เกิดคำถามตามมามากมาย โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมทางธุรกิจ และการดำเนินงานที่โปร่งใส จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายและสุ่มเสี่ยงต่อภาพลักษณ์อย่างมาก ดังนั้นเชื่อว่าทาง Nestle เองก็คงต้องทุ่มทรัพยากรอย่างมากในการที่จะสู้คดีครั้งนี้

ขณะเดียวกัน การที่ครอบครัวมหากิจศิริ กล้าออกมาเปิดตัวฟ้องร้อง และพร้อมที่จะสู้คดีในชั้นศาล ก็ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างมากด้วยเช่นกัน โดยคนที่ใกล้ชิดกับครอบครัวมหากิจศิริรายหนึ่ง มองว่าการต่อสู้ทางคดีในครั้งนี้ มิใช่เป็นเพียงการต่อสู้ด้านการเงินเท่านั้น หากแต่เป็นการต่อสู้เพื่อจิตวิญญาณแห่งความซื่อสัตย์สุจริตขององค์กร ซึ่งคงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วความยุติธรรมของคดีนี้จะสิ้นสุดลงอย่างไร แม้ว่าจะมีประเด็นในเรื่องพลังอำนาจของทุนยักษใหญ่ข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้องในการสู้คดีด้วยก็ตาม

“กาลเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไร แต่ในแง่ของธุรกิจและการร่วมทุนใดๆในอนาคต ก็น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจได้เช่นกันว่า ในเรื่องของจริยธรรมทางธุรกิจนั้น แม้นทรงพลังปานใดก็อาจจะล้มลงได้ และมิตรแท้ที่ไว้วางใจมากที่สุดก็ยังสามารถตระบัดสัตย์หักหลังได้ ถ้าจริยธรรมถูกละเลย และสนใจกันแต่ผลประโยชน์ส่วนตนมากจนเกินไป”แหล่งข่าวระบุ

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/zYDEv
More
articles