ระบุอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือทางนโยบายของรัฐบาล ไม่ควรปล่อยให้ขึ้นๆลงๆ ตามนักเก็งกำไร
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ว่า ในช่วงนี้ หากรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว รัฐบาลต้องปรับลดค่าเงินบาทลง เพื่อให้การส่งออกและท่องเที่ยว ได้ปริมาณเงินบาทมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น ซึ่ง GDP ก็จะเพิ่มขึ้นได้มาก โดยในสมัยที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เผชิญกับภาวะเศรษฐกิจไม่เจริญเติบโตเช่นกัน จึงได้ให้ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ไปปรับลดค่าเงินบาทถึง 2 ครั้ง ดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนจึงเป็นเครื่องมือทางนโยบายของรัฐบาล และไม่ควรปล่อยให้ค่าเงินบาทขึ้นๆ ลงๆ ตามการเก็งกำไรในตลาดทุน
“เมื่อเอกชนได้กำไรมากขึ้น เขาจะไปเพิ่มเทคโนโลยีเอง ตอนนี้แม้รัฐบาลจะไปพูดเรื่องเทคโนโลยีล้าสมัย สินค้าเก่าไม่ทันสมัย ทำให้ประเทศไม่เจริญ ภาคเอกชนก็จะไม่ไปปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่ เพราะไม่มีกำไร สินค้าที่เขาผลิตในรูปเงินบาทก็แพงเกินไป เพราะค่าเงินบาทแข็งเกินไป”
ดร.สุชาติ ยังกล่าวด้วยว่า การใช้เงินงบประมาณ 157,000 ล้านบาท ไม่สามารถฟื้น GDP ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 18.5 ล้านล้านบาท ได้มากนัก เพราะเงินงบประมาณได้มาจากการจัดเก็บภาษีมา หรือไม่ก็ต้องไปกู้มา ซึ่งไปลดการใช้จ่ายของประชาชน และลดการลงทุนของเอกชน เป็น Crowding out effect หักลบกันไป
“การปรับลดค่าเงินบาทอาจทำให้บริษัทนำเข้า บริษัทสัมปทาน มีต้นทุนในรูปเงินบาทสูงขึ้นในระยะสั้น เพราะต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อซื้อสินค้านำเข้า แต่ในระยะกลาง เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตสูงขึ้น ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ทำให้บริษัทนำเข้าและบริษัทสัมปทานเติบโตเร็วขึ้นกว่า ปล่อยให้ประเทศไทยไม่เจริญเติบโตแบบปัจจุบัน” ดร.สุชาติ กล่าว


