ดร.สุชาติ ชี้ เจรจา​ภาษีทรัมป์​ทำได้ดี​ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ปรับค่าเงินบาทที่แข็งเกินไป ศก.จะฟื้นยาก​

เตือน หากไม่มีเงินมาเพิ่มเทคโน​โลยีและสินค้าใหม่ๆ​ ประเทศจะเติบโตช้า​ ประชาชนจะยากจน

ศาสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีตรัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงการคลัง​ เปิดเผยกับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ว่า​ การเจรจา​ภาษี​ Trump กับสหรัฐ​ ซึ่งไทยถูกจัดเก็บภาษีนำเข้า 19% นับว่าค่อนข้างดี ไทยไม่เสียเปรียบประเทศ​เพื่อนบ้าน​ แต่ยังต้องกลับมาฟื้นเศรษฐ​กิจ​และฟื้นรายได้ประชาชนด้วย หากไม่ปรับค่าเงินบาทที่แข็งไปมากเกินไป​ ซึ่งเกิดจากการกระทำของหน่วยงานไทยที่ไม่เข้าใจกลไกเศรษฐกิจ​มหภาค​ เศรษฐกิจ​ไทยก็จะฟื้นยาก

ดร.สุชาติ​ กล่าวว่า รัฐบาล​ต้องปรับค่าเงินบาท​ที่แข็งเกินไปมากๆ​ แข็งกว่า​ เงินรูปีอินเดีย​ 2.58 เท่า​ แข็งกว่าเงินด่องเวียดนาม​1.6 เท่า​ และแข็ง​กว่า​เกือบ​ทุก​ประ​เท​ศใน​โลก​ ใน​ช่วง 20​ ปีที่ผ่านมา​ หากไม่ปรับค่าเงินบาทให้อ่อนลงมาให้แข่งขันได้​ รายได้ส่งออกและท่องเที่ยวก็จะน้อย​ ทำให้ผลผลิตและรายได้​ประเทศ​ (GDP​)​ น้อย​ เศรษฐกิจ​จะเติบโตต่ำ ประชาชน​ส่วนใหญ่ของประเทศ​จะยาก​จน​ หนี้ประชา​ชนและหนี้รัฐบาลจะเพิ่มขึ้นมากขึ้นไปอีก

“การปรับค่าเงินบาทลงมาให้เหมาะสม​ คงต้องฟื้นกฎหมายกองทุนรักษาระดับ​อัตราแลกเปลี่ยน​ และกำหนดนโยบาย​เป้าหมาย​อัตรา​แลกเปลี่ยน​ (Exchange rate targeting) ซึ่ง​ จีน​ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ก็ใช้อยู่​ ซึ่งผลกระทบ​ของการกำหนดนโยบาย​อัตราแลกเปลี่ยน​ ต่อ​ความเจริญเติบโตของ GDP​ นั้น​ มีขนาดใหญ่​มากกว่า​ นโยบาย​การเงินและการคลัง​อย่างมาก ที่สำคัญ รัฐบาลไม่ต้องกู้เงิน​ด้วย แค่กำหนดสูตรให้ค่าเงินบาทอ่อนลงให้เหมาะสม โดยจะไม่ถูกโจมตีค่าเงินบาท​เพราะการทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงมา ซึ่งการโจมตีค่าเงินบาทเหมือนปี​ 2540​ นั้น​ จะโจมตีได้ก็ต่อเมื่อค่าเงินบาทแข็ง​มากเกินไป”​

ดร.สุชาติ​ ยังกล่าวด้วยว่า ประเทศเล็กๆ​ ที่มีระบบเศรษฐกิจ​ที่เปิดมาก​อย่างประเทศไทย ไม่ควรพยายามคุมเงินเฟ้อให้ต่ำกว่าเงินเฟ้อโลก​ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ​ 3-4% ทั้งนี้ จากสูตร e=P/Pw, e คือดัชนีค่า​เ​งินบาท, P คือดัชนีราคาสินค้าของไทย​ และ​ Pw​ คือดัชนีราคาสินค้าของโลก​ หากเงินเฟ้อของไทยต่ำกว่าเงินเฟ้อโลก​ เงินบาทก็จะแข็งค่าขึ้น​ เมื่อเงินบาทแข็​งค่าขึ้นไปเรื่อยๆ​ จนทำให้การส่งออกและท่องเที่ยวลดน้อย​ลง และจะส่งผลกระทบให้มีการลดการผลิต​ ลดการจ้างงาน แล้วเศรษฐกิจ​ก็จะไม่เจริญ​เติบโต​ ประชาชน​จะยากจนลง

“เราควรกำหนดเป้าอัตราแลก​เปลี่ยนให้แข่งขันได้จะดีกว่ามาก​ ซึ่งประเทศญี่ปุ่น​ (คศ.1960)​ เกาหลี​ (1970)​ และจีน​ (1990)​ ล้วนเจริญ​เติบโตมาก​ จนเป็นประเทศพัฒนาแล้ว​มีเทคโนโลยี​สูง​ ก็ด้วยการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนให้แข่งขันได้ดีมาก่อนทั้งนั้น”​ดร.สุชาติ​ กล่าว

#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวwealth_and_biz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/q4Ovr
More
articles