จีนชู ‘วันหยุดฤดูใบไม้ผลิ – เทรนด์คัลเลอร์วอล์ก’ กระตุ้นท่องเที่ยวทั่วประเทศ

ปักกิ่ง, (ซินหัว) — เฉิน คุณแม่จากมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน ร่วมบันทึกภาพความประทับใจในบรรยากาศฤดูใบไม้ผลิกับลูกสาว ณ สวนสาธารณะอวี้ยวนถาน ในกรุงปักกิ่ง

การเดินทางไกลกว่า 2,000 กิโลเมตร จากบ้านเกิดสู่เมืองหลวงในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ในช่วงวันหยุดเทศกาลชิงหมิง (เชงเม้ง) ซึ่งมีการหยุดเรียนเพิ่มอีก 2 วัน โดยครอบครัวของเธอมีแผนจะไปเยือนสถานที่สำคัญอย่างพระราชวังฤดูร้อนและกำแพงเมืองจีนต่อจากนี้

การเดินทางของพวกเขาได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวิธีที่ครอบครัวชาวจีนใช้เวลาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ในขณะที่หลายเมืองเริ่มทดลองจัดวันหยุดช่วงฤดูใบไม้ผลิให้ตรงกับช่วงปิดเทอมของนักเรียนเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยปัจจุบันมีเมืองเกือบ 100 แห่ง ในหลายภูมิภาคที่ได้เริ่มใช้นโยบายวันหยุด ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและช่วยส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัวในระยะไกล

ชวี่หน่าร์ (Qunar) แพลตฟอร์มการบริการด้านการเดินทางระบุว่า ยอดจองเที่ยวบินของเด็กเพิ่มขึ้นร้อยละ 85 และสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 55 ในช่วงต้นเดือนเมษายน นอกจากนี้ ข้อมูลจากไชน่า โมบายล์ (China Mobile) ยังแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนของผู้เดินทางข้ามมณฑลเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากการสืบทอดประเพณีเชงเม้งแล้ว คนรุ่นใหม่ในจีนยังเปิดรับเทรนด์ “คัลเลอร์ วอล์ก” (Color Walk) กระแสยอดฮิตบนโซเชียลมีเดียที่ชวนผู้คนออกไปถ่ายภาพทัศนียภาพตามโทนสีที่กำหนด เพื่อสร้างเป็น “บันทึกประจำวันฤดูใบไม้ผลิ” โดยในแพลตฟอร์มเสี่ยวหงซู (Xiaohongshu/Rednote) หัวข้อนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ด้วยยอดเข้าชมกว่า 310 ล้านครั้ง และมีการโพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องมากกว่าหลายล้านรายการ

นักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่หลงใหลในเทรนด์นี้ ได้ออกตามหาดอกไม้ “สีเหลืองอบอุ่น” และแสงไฟจากร้านค้าต่างๆ ในเมืองซีอัน มณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนเพื่อเยียวยาจิตใจจากความเหนื่อยล้าในการทำงาน ขณะที่นักจิตบำบัดระบุว่า การมุ่งความสนใจไปที่สีใดสีหนึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบการควบคุมสมาธิ ลดความเครียด และมอบ “ความสุขที่เบาสบาย” ให้กับผู้ที่ต้องเผชิญกับภาวะข้อมูลล้นเกินในชีวิตประจำวัน

หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเริ่มตอบรับกระแสนี้ด้วยการเปิดตัวเส้นทางเดินเท้าและแผนที่ที่จำแนกตามธีมสีต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวตั้งข้อสังเกตว่า เทรนด์นี้สะท้อนถึงความต้องการท่องเที่ยวที่เน้นตอบโจทย์ทางอารมณ์ พร้อมเสนอแนะให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและนำเสนอรูปแบบธุรกิจที่เน้นสร้างประสบการณ์ร่วมเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน

ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/567299_20260409 , https://en.imsilkroad.com/p/350038.html

#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz #bkkwealthandbiz #wealthnbiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/0bzpn
More
articles