หลังผลกระบวนการสรรหา ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คนใหม่ แทน นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.คนปัจจุบัน ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนมีนาคม 2566 ได้เสร็จสิ้นและมีข้อยุติแล้ว โดยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ ธ.ก.ส. อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป
สำหรับนายฉัตรชัย จะเป็นผู้จัดการ ธ.ก.ส. คนที่ 14 และที่สำคัญถือเป็น ผู้จัดการ ธ.ก.ส.คนแรก ที่มาจากบุคคลภายนอก จากจำนวนที่ยื่นสมัครทั้งหมด 5 คน โดยที่มีบุคคลภายใน ธ.ก.ส. 2 คน ยื่นสมัครในครั้งนี้ด้วย
นายฉัตรชัย เกิดพฤศจิกายน 2514 ปัจจุบันอายุ 51 ปี ถือเป็นลูกหม้อของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เนื่องจากทำงานที่ ธอส. เป็นระยะเวลายาวนานถึง 27 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2539 เป็นระดับผู้อำนวยการฝ่าย วิเคราะห์การตลาด เติบโตเรื่อยมาจนกระขึ้นเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารองค์กร/สายงานปฏิบัติการสินเชื่อ และขยับขึ้นเป็นรองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานสินเชื่อ และเมื่อปี 2559 ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารในวงการธนาคารที่มีอายุน้อยที่สุด เนื่องจากในขณะนั้นมีอายุเพียงแค่ 45 ปีเท่านั้น และสามารถสร้างผลงานจนได้รับการต่ออายุในวาระที่ 2 ด้วย
ทั้งนี้ ในการเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ ภาระหนักคือเรื่องการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องฐานะทางการเงินของธ.ก.ส. เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้ได้มีการใช้มาตรการเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรหลายโครงการ โดยให้ ธ.ก.ส. ใช้เงินทุนของแบงค์สำรองจ่ายล่วงหน้าไปก่อน เพื่อจะได้ไม่นับรวมเป็นการก่อหนี้สาธารณะ แต่ในขณะเดียวกันได้ถูกธนาคารแห่งประเทศไทยในยุคที่มีนายวิรไท สันติประภพ เป็นผู้ว่าการฯ ได้ท้วงติงว่าอาจจะกระทบต่อฐานะการเงินของ ธ.ก.ส. ในอนาคตได้ พร้อมทั้งได้มีการแนะนำให้ ธ.ก.ส. ควรเตรียมแผนบริหารจัดการสภาพคล่องที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงช่วงเวลาการได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและฐานะการเงินในระยะยาว เรื่องนี้จึงถือเป็นหนึ่งในการบ้านสำคัญที่นายฉัตรชัยจะต้องเข้ามาวางโครงสร้างรับมือในระยะยาว


