LKF Group  ยักษ์ใหญ่อสังหาฯฮ่องกงเปิดเกมรุกเขย่าตลาดปักหมุดหาดบางเทา ผุดโครงการหรู “Sudara Residences”

นับตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย และการท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวโดยจำนวนนักท่องเที่ยวที่พุ่งสูงกว่า 14 ล้านคน บวกกลับกำลังซื้อจากชาวต่างชาติส่งผลให้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์จังหวัดภูเก็ตกลับมาโดดเด่นและเติบโตอย่างมั่นคงโดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียนและไลฟ์สไตล์ ซึ่งกำลังกลายเป็นนิยามใหม่ของความหรูหราบนเกาะแห่งนี้

กลุ่มลานไควฟง(Lan Kwai Fong Group หรือ LKF Group )บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จากฮ่องกง ในฐานะผู้พัฒนาโครงการหรูสุดลักชัวรี่อย่าง ‘Andara Resort & Villas’ ในจ.ภูเก็ต ประกาศปักหมุดเตรียมก่อสร้างโครงการ ‘Sudara Residences อย่างเป็นทางการในงาน Asia Connect 2025 ที่ภูเก็ต

อัลลัน ซีแมน ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารลานไควฟง กรุ๊ป กล่าวว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงของการปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ แม้จะมีความผันผวน แต่ก็เปี่ยมไปด้วยโอกาส นอกจากนี้ ประเทศไทยโดยเฉพาะภูเก็ตแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ขณะที่ความต้องการลงทุนด้านไลฟ์สไตล์จากทั้งนักลงทุนในภูมิภาคและระดับโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการSudara Residences  ตั้งอยู่ในย่านเชิงทะเล ใกล้ชายหาดบางเทาออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ ประกอบด้วยห้องพัก 1–3 ห้องนอน ขนาดตั้งแต่ 52 ถึง  144 ตารางเมตร พร้อมยูนิตแบบพูลวิลล่าและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับรีสอร์ต ภายในคลับเฮ้าส์ The Pavilion มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง เลานจ์พร้อมคาบาน่า คลับเด็ก ฟิตเนส คาเฟ่ โยคะ และโคเวิร์กกิ้งสเปซ โดยมีทีมบริหารจัดการและคอนเซียร์จจาก Andara Resort & Villas คอยดูแลอย่างครบวงจร  เจาะกลุ่มลูกค้าชาวรัสเซีย ฮ่องกง และอาหรับ ราคาขายต่อยูนิต 10-27 ล้านบาท คาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2027

“การท่องเที่ยวไทยคือปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต และเปิด โอกาสในการผสานระหว่างธุรกิจบริการ (Hospitality) และที่อยู่อาศัย (Residential) ได้อย่างลงตัว แม้เศรษฐกิจในปัจจุบันจะมีความผันผวน แต่ก็ยังเต็มไปด้วยโอกาส และที่เราเลือกลงทุนที่ภูเก็ตเพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของภูเก็ตที่มีครบในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นชายหาดที่สวยงาม วัฒณธรรมท้องถิ่น อาหาร แหล่งช้อปปิ้ง

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลรายงานล่าสุด Phuket Property Market (พฤษภาคม 2568) โดย C9 Hotelworks ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มดังกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันภูเก็ตมียูนิตอสังหาริมทรัพย์พร้อมขายรวมทั้งสิ้น 40,600 ยูนิต จาก 343 โครงการที่เปิดขายอยู่ คอนโดมิเนียมมีราคากลางที่ 144,000 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่บ้านเดี่ยวและวิลล่าอยู่ที่ 70,000 บาทต่อตารางเมตร โดยพื้นที่ที่มีราคาสูงที่สุดคือย่านเชิงทะเลบริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะ

“ภูเก็ตจำเป็นต้องกลับไปยืนบนพื้นฐานของการเป็นแบรนด์จุดหมายปลายทางระดับโลก และหาทางเปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้กลายเป็นผู้ซื้อ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องไม่รอให้ลูกค้าเดินเข้ามาเอง แต่ควรเปิดตลาดใหม่ๆ อย่างรุกเชิงกลยุทธ์ พร้อมวางแผนรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงของตลาดในอนาคต” บิล บาร์เน็ตต์ กรรมการผู้จัดการของ C9 Hotelworks กล่าว

บิล บาร์เน็ตต์ กล่าวต่อไปว่าภูเก็ตเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่โมเดล Residential-led Hospitality อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีกลุ่มผู้ซื้อจากไทย สิงคโปร์ และฮ่องกงเป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน การโยกย้ายการลงทุนมายังประเทศไทยกลายเป็นทางเลือกระยะยาวที่น่าสนใจ ผู้คนจะเริ่มมองหาผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอจากการปล่อยเช่าระยะยาว

 

 

 

 

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/erp3a
More
articles