โดย นางสาวอาชินี ปัทมะสุคนธ์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายสื่อสารองค์กรและเครือข่ายตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในช่วงปลายปี 2562 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ของตลาดทุนไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาตลาดทุนไทย โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น DLT หรือ blockchain เป็นต้น มาปรับใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพตลาดทุน ซึ่งโครงการได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมเพื่อการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ลดต้นทุนการทำธุรกรรมและอำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงตลาดทุนได้ง่าย รวมถึงได้รับบริการผ่านระบบดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) จะเปรียบเสมือนถนนสายกลางหรือกระดูกสันหลังของตลาดทุนที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบหลังบ้าน (back office) ของผู้เกี่ยวข้องทั้งอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน และถูกออกแบบให้เป็น
การพัฒนา TOD (Transit-oriented Development) นอกจากจะช่วยเชื่อมโยงการเดินทางของคนได้อย่างสะดวก ปลอดภัยแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ การจัดสรรพื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ผู้สัญจรได้รับประโยชน์ทั้งจากความร่มรื่นของร่มไม้ รวมถึงเป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับพื้นที่รอบสถานีรถไฟ สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ นั้นมีสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้กับสวนสาธารณะ เช่น “สวนลุม” อยู่ระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดิน 2 สถานี “สวนเบญจกิติ” อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 3 สถานี และ “สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)” อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 2 สถานี แต่พื้นที่สีเขียวข้างต้นนั้นเป็นสวนสาธารณะที่มีรั้วกั้น มีเวลาเปิด-ปิด ตายตัว ทำให้ผู้เดินทางไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สร้างมาก่อนจะเกิดสถานีรถไฟ ทำให้แตกต่างจากการออกแบบพื้นที่สีเขียวแบบ TOD ที่มีการวางโครงสร้างในภาพใหญ่ตั้งแต่เริ่มโครงการเพื่อเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟในบริเวณใกล้เคียง ซึ่ง
แม้ช่วงโควิด-19 จะทำให้คนไทยสนใจทำ “ประกัน” มากขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายคนมองว่าประกันไม่ใช่สิ่งจำเป็น! โลกทุกวันนี้มีความเสี่ยงอยู่รอบด้าน การมีประกัน จึงถือเป็นเครื่องมือทางการเงินรูปแบบหนึ่งที่ช่วยเราบริหารความเสี่ยงในชีวิตเราได้ ทำให้เป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ไม่ติดขัด และที่สำคัญการมีประกันที่พอดีกับชีวิตของเรา เหมาะสมกับตัวเองในแต่ละช่วงวัยก็จะทำให้ชีวิตการเงินของเราราบรื่นตามแผนที่วางไว้ได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน “fintips by ttb เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ” จึงชวนทุกคนที่สนใจที่จะทำประกันมาเช็กไปพร้อม ๆ กัน ว่ายังมีความเชื่อใดที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประกันอยู่บ้าง เพื่อชวนปรับเปลี่ยนมุมคิดกับ 5 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการซื้อ “ประกัน”เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น 1. อายุน้อย ไม่มีภาระทางบ้าน ไม่ต้องซื้อประกันชีวิตเดี๋ยวไม่คุ้ม! การซื้อประกันชีวิตเป็นการป้องกันความเสี่ยง จึงไม่ควรมุ่งเน้นเรื่อง “ความคุ้มค่า” เพียงอย่างเดียว ประกันชีวิต จำเป็นสำหรับทุกคนในครอบครัว