งานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน หรือ China International Import Expo (CIIE) ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ นครเซี่ยงไฮ้ สามารถกล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะไม่เพียงมีผู้แสดงสินค้าจำนวน 3,496 ราย จาก 129 ประเทศและภูมิภาค ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการไทยหลายรายที่นำสินค้าไทยไปร่วมแสดงด้วย แต่ยังมีบริษัทระดับโลกที่อยู่ในกลุ่ม Fortune Global 500 มากถึง 297 บริษัทที่มาร่วมงานในปีนี้
จุดเด่นที่ทำให้บรรดาผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิต และผู้ประกอบธุรกิจส่งออกนำเข้าส่งออกทั่วโลกให้ความสนใจเข้าร่วมงาน CIIE ครั้งที่ 7 ในปีนี้ เป็นเพราะหัวใจหลักในการจัดงานภายใต้แนวคิด “ยุคใหม่ อนาคตร่วมกัน” ซึ่งเป็นจุดยืนและจุดขายที่ประเทศจีนมีการจุดประกายอย่างต่อเนื่องนับแต่มีการผลักดันโครงการ One Belt One Road (OBOR) ที่เสนอโดย นาย สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีจีน เมื่อปลายปี 2013 ซึ่งจีนมุ่งเน้นเชื่อมความสัมพันธ์กับบรรดาประเทศในแนวเส้นทาง One Belt One Road ซึ่งวันนี้ได้พัฒนาไปสู่การเป็น Belt and Road Initiative (BRI) ซึ่งเป็นอภิมหาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จีนใช้เชื่อมโลก โดยแนวร่วมเส้นทาง BRI มีทั้งหมด 147 ประเทศ ทั้งทางบก และทางทะเล
งาน CIIE จึงเป็นเหมือนการสานต่อความคิดในการสร้างอนาคตร่วมกันของพลเมืองโลกของ BRI ผ่านการพัฒนาการค้าโลก และการส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017 นายสี จิ้นผิง ประกาศว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน CIIE ครั้งแรกในปี 2018 ถือเป็นงานแสดงสินค้าระดับชาติที่มุ่งเน้นการนำเข้าและส่งออกระดับโลก ซึ่งในพิธีเปิดงาน CIIE ครั้งที่ 1 นายสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ว่า การจัดงาน CIIE เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของจีนในการส่งเสริมการเปิดประเทศในระดับสูงรอบใหม่ โดยจะเป็นมาตรการสำคัญที่จีนเปิดกว้างต่อตลาดโลก
ด้วยเหตุนี้งาน CIIE จึงได้รับความสนใจจากธุรกิจทั่วโลกตั้งแต่ครั้งที่ 1 และต่อเนื่องมาในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ทำให้ในพิธีเปิดงาน CIIE ครั้งที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2021 นายสี จิ้นผิง ให้คำมั่นสัญญาว่า จีนมี 3 สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง คือ
1.ความมุ่งมั่นในการขยายการเปิดประเทศระดับสูงจะไม่เปลี่ยนแปลง
2.ความมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันโอกาสการพัฒนากับทั่วโลกจะไม่เปลี่ยนแปลง
และ 3.ความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการส่งเสริมให้เป็นหนึ่งเดียวทางเศรษฐกิจของทั่วโลก พัฒนาไปทิศทางที่เปิดกว้าง ครอบคลุม เป็นประโยชน์ต่อทั่วประเทศ มีความสมดุลและได้ผลสำเร็จร่วมกันนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง
ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการเชื่อมโยงการพัฒนาประเทศในทุกๆด้านของจีนกับผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในการตอบรับจากประเทศต่างๆ ส่งผลให้งานแสดงสินค้า CIIE ได้กลายมาเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการเปิดเสรีทางการค้าและโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจไปแล้ว เพราะทั้ง 6 ครั้งที่ผ่านมาล้วนได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน งาน CIIE จึงมิได้เป็นเพียงนิทรรศการสินค้านำเข้าอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเวทีใหญ่ระหว่างประเทศที่ส่งเสริมความร่วมมือกันระหว่างจีนกับตลาดโลก การบูรณาการอุตสาหกรรม การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ซึ่งกันและกัน ตลอดจนการเรียนรู้กฎเกณฑ์ซึ่งกันและกัน
ที่น่าสนใจอีกประการคือ จากผลสำรวจที่จัดทำโดย CGTN สื่อภาคต่างประเทศของ China Media Group (CMG) สะท้อนให้เห็นว่า จากผู้ตอบแบบสำรวจทั่วโลกจำนวน 33,858 คน แสดงให้เห็นว่า 67% เชื่อว่าจีนเป็นตลาดเสรีที่เปิดกว้างและมีการแข่งขัน ทั้งยังสอดคล้องกับผู้ตอบแบบสำรวจในตะวันออกกลาง อเมริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีมุมมองเดียวกันในสัดส่วน 88.2% 77.9% และ 78.6% ตามลำดับ
สำหรับงาน CIIE ครั้งที่ 7 ในปีนี้ จึงเป็นเวทีในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และบริการใหม่มากกว่า 400 รายการ โดยอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมงานได้เน้นการโชว์อุปกรณ์ระดับไฮเอนด์และอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นวัตกรรมใหม่ๆในอุตสาหกรรม ที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ยานยนต์ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยียานยนต์ใหม่ ใช้พลังงานสีเขียว พลังงานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของจีนในปี 2060 มุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนของความก้าวหน้าในด้านปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในอนาคตของพลเมืองโลก
ไม่ว่าจะเป็นประเทศพัฒนาหรือประเทศกำลังพัฒนา จะเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศเล็ก รวมทั้งจะเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม 500 อันดับแรกของโลก จะเป็นบริษัทใหญ่หรือบริษัทเล็ก ต่างก็สามารถใช้เวทีของงาน CIIE ในการพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการค้าพหุภาคี ที่เปิดกว้างและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย และส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ
โดย นายภูวนารถ ณ สงขลา
ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการการค้าชายแดนและข้ามแดน ด้านจีนตอนใต้ หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz และ สำนักข่าว บางกอกทูเดย์










