Chiang Mai Design Week 2026 จุดประกายพลังสร้างสรรค์จากท้องถิ่น สปาร์กโอกาสทางเศรษฐกิจสู่เวทีโลก

 

จุดประกายความคิดสร้างสรรค์อีกครั้ง พร้อมเปลี่ยน “ของดีในท้องถิ่นภาคเหนือ” สู่ “โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ” สำนักส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภาคเหนือ หรือ CEA ภาคเหนือ เตรียมจัด “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569” หรือ “Chiang Mai Design Week 2026” (CMDW2026) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ภายใต้แนวคิด “Local Thunders, Global Transformation” สปาร์กพลังท้องถิ่นสู่คลื่นการเปลี่ยนแปลงระดับสากล ตอกย้ำศักยภาพเชียงใหม่และภาคเหนือในฐานะ “Creative Capital of the North” โดยมุ่งยกระดับเทศกาลฯ จากพื้นที่จัดแสดงผลงานออกแบบสู่แพลตฟอร์มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงผู้คน ภูมิปัญญา อุตสาหกรรม และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เทศกาลฯ จัดโปรแกรมน่าสนใจหลายรูปแบบ ทั้งนิทรรศการ โชว์เคส เสวนา ดนตรี การแสดง และตลาดสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 5 – 13 ธันวาคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ย่านกลางเวียง ช้างม่อย สันป่าข่อย และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่

เปิดแนวคิด “Local Thunders, Global Transformation” สปาร์กพลังท้องถิ่นสู่คลื่นการเปลี่ยนแปลงระดับสากล
เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ในปีที่ 12 นี้ นำเสนอแนวคิด “Local Thunders, Global Transformation” ต่อยอดพลังท้องถิ่นเพื่อสร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือและโอกาสครั้งสำคัญ โดยแนวคิด Local Thunders เปรียบเหมือนเสียงฟ้าร้องที่สะท้อนศักยภาพของผู้คน ชุมชน และสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมที่หยั่งรากอยู่ในแต่ละพื้นที่ ซึ่งแม้จะเริ่มต้นจากพลังเล็ก ๆ แต่เมื่อได้รับการเชื่อมโยงและต่อยอดผ่านความคิดสร้างสรรค์ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ จะสามารถพัฒนาเป็นโอกาสใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งต่อแรงกระเพื่อมสู่การเปลี่ยนแปลงที่กว้างไกลกว่าเดิม

ตลอดการจัดงาน 9 วัน เทศกาลฯ นำเสนอทั้งงานออกแบบ หัตถกรรม อาหาร ดนตรี รวมถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาต่าง ๆ โดยเฉพาะ Wellness ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของเชียงใหม่และภาคเหนือ พร้อมนำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมนี้ในหลากหลายมิติ นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์สินค้า บริการ และประสบการณ์ด้านสุขภาวะรูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นนอกเหนือจากภาคบริการและการท่องเที่ยว โดยครอบคลุมตั้งแต่พัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การออกแบบพื้นที่และบริการ รวมถึงการยกระดับศักยภาพนักปรุงกลิ่นไทยให้สามารถพัฒนาผลงานสู่ตลาดได้ เทศกาลฯ ในปีนี้จึงเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม Wellness กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สาขาอื่น ๆ พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค
เช็กลิสต์ 12 ไฮไลต์โปรแกรม เปิดประสบการณ์ใหม่จากท้องถิ่นสู่สากล ใน CMDW202

• Scents Asia 2026 งานที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปีนี้ ในฐานะแพลตฟอร์มที่มุ่งพัฒนา “อุตสาหกรรมกลิ่นให้ก้าวสู่ระดับสากลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านวัตถุดิบ นักปรุงกลิ่น นักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ และตลาด เพื่อยกระดับทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมกลิ่นสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ หนึ่งในกิจกรรมหลักของงานคือ Scent Showcase นำเสนอนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์กลิ่นจากแบรนด์ท้องถิ่นกว่า 50 แบรนด์ Exhibition นำเสนอเรื่องราว องค์ความรู้ และศักยภาพของวัตถุดิบท้องถิ่น Inspiration Talks เวทีเจาะลึกโอกาสของวัตถุดิบท้องถิ่นสะท้อนมุมมองจากนานาชาติต่อศักยภาพของภาคเหนือและประเทศไทย Trade & Business Matching เวทีเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจเพื่อการต่อยอดผลงาน และ Scents Asia Awards เวทียกย่องและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผลงานการปรุงกลิ่นที่มีความโดดเด่นในการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ณ TCDC เชียงใหม่

• Balance Imbalance Exhibition นิทรรศการรูปแบบ Immersive ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์เมืองเชียงใหม่ผ่านประสบการณ์กลิ่น ด้วยการสำรวจการผสมผสานระหว่าง “กลิ่นหอม” และ “กลิ่นเหม็น” สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน วัฒนธรรม วัตถุดิบ และภูมิทัศน์ของเมือง เผยให้เห็นความงามรูปแบบใหม่ที่เกิดจากความแตกต่างที่อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ณ TCDC เชียงใหม่

 

 • นิทรรศการ ฟ้า . ยาม . ใด นำเสนอ Scent Interactive Exhibition ถ่ายทอดความทรงจำและความรู้สึกของผู้คนในเชียงใหม่ผ่านภาพท้องฟ้าและเรื่องเล่าจริง 3 เรื่องในปี 2569 โดยทีมผู้จัดนิทรรศการได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมความทรงจำและความในใจ ก่อนนำมากลั่นเป็นกลิ่นหอม เปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเรื่องราวผ่านการดู ดม ชม และระบาย เพื่อย้อนกลับไปสำรวจความทรงจำผ่านประสาทสัมผัสในรูปแบบที่แตกต่าง ณ TCDC เชียงใหม

• นิทรรศการ โกม (kōm) นำเสนอผลงานร่วมสมัยที่นำประเพณียี่เป็งและโคมลอยล้านนามาถ่ายทอดในมิติใหม่ โดยผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากกระดาษสาชุมชนบ้านต้นเปาและเซรามิกเข้ากับเทคโนโลยี 3D Printing จากนั้นพัฒนาเป็นโคมไฟหลากหลายรูปแบบที่มีโครงสร้างแบบแยกส่วน (Modular) และปรับแต่งและประกอบได้ตามพื้นที่ใช้งาน (Customizable) ภายใต้แนวคิดการออกแบบที่ยั่งยืน ณ สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีล้านนาไทย

• นิทรรศการ CGM48 The Original Stage นำเสนอแนวคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ของโปรเจ็กต์ CGM48 ที่หยิบยกอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมล้านนาของเชียงใหม่มาถ่ายทอดผลงาน ด้วยการผสานองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับดนตรี การแสดง และงานออกแบบ ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปิน นักดนตรี นักออกแบบ และช่างฝีมือท้องถิ่น ณ หอกลางเวียง
• นิทรรศการ Weaving Futures นิทรรศการจากความร่วมมือกับสมาคมฝรั่งเศสเชียงใหม่ (Alliance Française Chiang Mai) ที่รวบรวมนักศึกษาจากประเทศไทยและยุโรป มาสำรวจประเด็นความยั่งยืน มรดกทางวัฒนธรรม และการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการลงพื้นที่ชุมชน ขณะเดียวกัน นิทรรศการยังพร้อมต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อพัฒนาแนวทางการออกแบบร่วมสมัยที่มีความหมายและยั่งยืน ณ สมาคมฝรั่งเศสเชียงใหม่
• นิทรรศการ มาเหนือ มานัว นิทรรศการ Experience-Based Exhibition ที่นำเสนอการมองวัสดุเหลือใช้ในรูปแบบใหม่ ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นโอกาสและผลงานใหม่ พร้อมสะท้อนบทบาทของการออกแบบในการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับวัสดุอย่างยั่งยืน ณ หอกลางเวียง
• นิทรรศการ Wonder of Fabric นิทรรศการความร่วมมือระหว่าง Homework dots design studio และกลุ่มดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ที่นำอัตลักษณ์และภูมิปัญญาสิ่งทอพื้นถิ่นภาคเหนือ ซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางชาติพันธุ์และสีสัน มาทดลองและสร้างสรรค์เป็นผลงานสิ่งทอร่วมสมัย พร้อมใช้นิทรรศการเป็นโอกาสสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแบรนด์และนักออกแบบเพื่อยกระดับศักยภาพงานดีไซน์สิ่งทอไทยสู่เวทีสากล ณ หอกลางเวียง
• นิทรรศการและกิจกรรมของเครือข่าย CEA ภาคเหนือ จากจังหวัดลำปาง น่าน ตาก พิจิตร สุโขทัย ณ หอกลางเวียง ประกอบด้วย

 

– NANFEST 2027: Connecting Spirits เทศกาลสร้างสรรค์จังหวัดน่านที่นำจิตวิญญาณ ความเชื่อ ความทรงจำ และวิถีชีวิตของชุมชนบ้านนาครกใหม่ มาตีความผ่านสินค้าและผลงานออกแบบ
– พิจิตรพิสดาร ตอน YES KHE! นำสัญลักษณ์จระเข้ของจังหวัดพิจิตรมาเล่าผ่านตำนานชาละวันในความหมายใหม่ เพื่อชวนค้นพบอัตลักษณ์จังหวัดพิจิตรผ่าน 3 แนวคิด Knowledge, Heritage และ Experienc
– ลําลอง ลําปาง นิทรรศการจากโปรเจ็กต์ “ลอง Young 3” ที่นำผลงานจากการสำรวจระบบนิเวศและเรื่องราวของแม่น้ำวังของเยาวชนจังหวัดลำปาง 13 คน มาเล่าผ่าน 8 รูปแบบผลงานสร้างสรรค์ ทั้งหนังสือนิยาย นิทาน ซีน (Zine)  บทความและบทประพันธ์ การ์ตูนช่องออนไลน์ (WEBTOON) ภาพถ่าย ศิลปะจัดวางและบทสัมภาษณ์ และศิลปะการจัดวางและภาพถ่าย เพื่อสะท้อนเสียงของคนรุ่นใหม่และสร้างความตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่น
– สุข เฟสต้า นำเสนอโปรเจ็กต์ “Sukh Kid Craft” เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ร่วมสร้างสรรค์
งานคราฟต์ และออกแบบความสุขผ่านกิจกรรมลงมือทำอย่างสนุกสนาน
– ENJOY OURS: ตามหารสชาติแบบไทยไทย กิจกรรมเวิร์กช็อปจากจังหวัตตากที่ชวน “ตามหารสชาติขนมไทยไทย” ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและอาหาร ภายใต้แนวคิด Mindful Eating และศาสตร์ธาตุเจ้าเรือนตามหลักการแพทย์แผนไทย พร้อมทดลองออกแบบมื้อว่างเพื่อสุขภาวะ

     • POP Market ตลาดสร้างสรรค์ที่รวบรวมสินค้า งานคราฟต์ และบริการจากผู้ประกอบการ และนักสร้างสรรค์ โดยนำเสนอสินค้าและบริการที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงความยั่งยืน สะท้อนภูมิปัญญา ความร่วมสมัย และสินทรัพย์ของภาคเหนือ ณ ลานบริเวณหอพื้นถิ่นล้านนา เวลา 16.00 – 22.00 น.
     • นิทรรศการ PATTERN.ERS: ปะแล๊ด ที่สะท้อนกระบวนการทำงานของ PATTERN.ERS กลุ่มนักออกแบบภาคเหนือที่มุ่งสร้างพื้นที่ทดลอง แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ผ่านความแตกต่างของผู้คน วัสดุ และกระบวนการสร้างสรรค์ โดยสมาชิกของกลุ่มจากแต่ละแบรนด์ได้ร่วมกันพัฒนาผลงานใหม่ มาร่วมจัดแสดง ทดลองแนวคิด และเชื่อมโยงเครือข่ายกับนักสร้างสรรค์ในวงการเดียวกัน ณ อาคารศรีประกาศ ย่านสันป่าข่อย
     • LABB.Fest 2026 เวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากภาคเหนือได้พบกับผู้ชมและเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนพลังของ “เสียงดนตรี” ในฐานะทุนสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างประสบการณ์ มอบอารมณ์สุนทรีย์ให้งผู้คน ควบคู่ไปกับการสร้างระบบเศรษฐกิจในชุมชนเมือง ณ ฮอมปอย ไลฟ์เฮาส์ ระหว่างวันที่ 5 – 6 ธันวาคม 2569 เวลา 15.00 – 00.00 น.

เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่จึงเป็นพื้นที่ที่รวบรวมความหลากหลายทางความคิดสร้างสรรค์ ทั้งจากผู้คน วัฒนธรรม และผลงาน พร้อมเปิดโอกาสให้ศักยภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้เผยแพร่และต่อยอดสู่ระดับภูมิภาคและเวทีสากล ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างเครือข่ายนักสร้างสรรค์ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ เทศกาลฯ ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย สร้างการเชื่อมโยงระหว่างนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการ ตลอดจนพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรและความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต สะท้อนบทบาทของเทศกาลฯ ในการเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเมืองด้วยพลังสร้างสรรค์ และเชื่อมโยงศักยภาพท้องถิ่นสู่ระดับสากล

ร่วมสปาร์กพลังท้องถิ่นให้กลายเป็นคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงระดับสากล ใน “เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ 2569” หรือ “Chiang Mai Design Week 2026” (CMDW2026) ภายใต้แนวคิด “Local Thunders, Global Transformation” ระหว่างวันที่ 5 – 13 ธันวาคม 2569 ย่านกลางเวียง ช้างม่อย สันป่าข่อย และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่

#ChiangMaiDesignWeek #CMDW2026 #LocalThundersGlobalTransformation #CEA #TCDCChiangMai

 

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/QtihP
More
articles