สมาคม บลจ. หรือ AIMC แสดงจุดยืนหนุนยกระดับคุณสมบัติกรรมการ สร้างเกราะป้องกันธรรมาภิบาลตลาดทุนไทย ป้องกันบุคคลที่มีประวัติฟอกเงิน หรือถูกจำกัดสิทธิ์ในการทำธุรกรรมเป็นบอร์ด บจ. หลังจากได้ย้ำการใช้สิทธิ์ออกเสียงอย่างมีหลักการตาม Proxy Voting Guidelines และการกลั่นกรองอย่างเข้มข้นในระดับตัวบุคคล สนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนยึดแนวทางสากลในการป้องกันบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินเข้าบริหารกิจการ เพื่อรักษาประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนทุกราย
วันที่ 8 เม.ย.2569 สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) โดย นางชวินดา หาญรัตนกูล และ นายพจน์ หะริณสุต ประธานคณะกรรมการ ESG Policy & Collective Action ร่วมแสดงจุดยืนเชิงรุกในการขับเคลื่อนธรรมาภิบาลตลาดทุนไทย เน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการคัดกรองคุณสมบัติกรรมการบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยระบุว่า AIMC เชื่อมั่นว่ากรรมการที่มีความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญที่เหมาะสม สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มอันเป็นประโยชน์ให้แก่กิจการ ควบคู่ไปกับความมีจริยธรรมทางธุรกิจโดยปราศจากลักษณะต้องห้ามหรือประวัติความเสี่ยงทางด้านธรรมาภิบาล เป็นปัจจัยพื้นฐานในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อมูลค่าและความยั่งยืนของกิจการในระยะยาว
ภายใต้หลักธรรมาภิบาลการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนสถาบัน (Investment Governance Code – I Code) AIMC สนับสนุนให้บริษัทจัดการลงทุนสมาชิกพิจารณาใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี(AGM) อย่างเหมาะสม คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยเฉพาะในวาระที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงข้อบังคับบริษัทเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณสมบัติกรรมการให้สอดคล้องกับสากล อาทิ การกำหนดเกณฑ์คัดกรองที่เข้มงวดเพื่อป้องกันบุคคลที่มีประวัติเกี่ยวกับการฟอกเงิน หรือบุคคลที่ถูกจำกัดสิทธิ์ในการทำธุรกรรมเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงป้องกัน (Preventive Measure) ที่สำคัญในการรักษาผลประโยชน์สูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกการบริหารงานของบริษัทจดทะเบียนมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
“ในโอกาสนี้ AIMC ขอเชิญชวนผู้ถือหุ้น ทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการไปใช้สิทธิออกเสียง (Voting Rights) ในการประชุม AGM ของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะในวาระที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารและหลักธรรมาภิบาลของบริษัท เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้แก่ตลาดทุนไทย เพื่อขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนฐานของความโปร่งใสและจริยธรรมทางธุรกิจอย่างแท้จริง”
อีกทั้งก่อนหน้านี้ AIMC ในฐานะตัวแทนนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ ได้มีการแสดงจุดยืนเดินหน้าเชิงรุกผ่านกลยุทธ์ Collective & Positive Engagement เข้าหารือกับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพื่อติดตามการแก้ปัญหาธรรมาภิบาลอย่างใกล้ชิด โดย นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่า ในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทจัดการลงทุนได้ร่วมกันเข้าหารือกับบริษัทจดทะเบียนอย่างสร้างสรรค์เพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านธรรมาภิบาลและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) แม้จะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นในหลายบริษัท แต่ยังคงมีประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
“ในปีนี้สมาคมฯ จึงมุ่งเน้นเป็นพิเศษในหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉพาะประเด็น‘การแต่งตั้งกรรมการบริษัท’ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรโดยประเด็นหลักที่เหล่านักลงทุนสถาบันจะให้ความสำคัญในการประชุมผู้ถือหุ้นปีนี้ ได้แก่ คุณสมบัติของบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นั้นมีคุณสมบัติ ทักษะ และประสบการณ์ที่เหมาะสม สามารถปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมได้อย่างแท้จริง”
โดย AIMC สนับสนุนกระบวนการคัดกรองจากคณะกรรมการสรรหาของบริษัทจดทะเบียนอย่างเป็นระบบ และการเปิดโอกาสให้การพิจารณาแต่งตั้งกรรมการต้องผ่านมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ความอิสระและโปร่งใส โดยกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความเป็นอิสระ (True Independence) มาตรการป้องกัน ‘ทุนสีเทา’และการฟอกเงิน โดยสมาคมฯ พร้อมสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนปรับปรุงข้อบังคับบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการตรวจสอบเพื่อไม่ให้บริษัทอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มทุนที่ไม่โปร่งใส รวมถึงป้องกันไม่ให้บุคคลที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน หรือถูกระงับ/จำกัดการทำธุรกรรม เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ
“เรามุ่งหวังให้พลังเสียงจากการลงคะแนน (Proxy Voting) ของนักลงทุนสถาบัน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สร้างผลกระทบในวงกว้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของตลาดทุนไทย เราเชื่อมั่นว่าการใช้สิทธิ์ออกเสียงอย่างมีหลักการตาม Proxy Voting Guidelines และการกลั่นกรองอย่างเข้มข้นในระดับตัวบุคคล จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ให้แก่ผู้ลงทุนไทยและสร้างความยั่งยืนให้เกิดกับตลาดทุนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม”นางชวินดากล่าว
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz #bkkwealthandbiz #wealthnbiz


