ไทยพร้อมเต็มร้อยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 โชว์ศักยภาพไทยบนเวทีโลก พร้อมชวนคนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพงานสำคัญนี้

กรุงเทพฯ 4 ก.ค.-  ผอ.สศค. เผยความพร้อมประเทศไทย “ระดับ A” เจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลก IMF-World Bank Annual Meetings 2026 เน้นย้ำถึงโอกาสสำคัญสร้าง Air Time เพื่อแสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพการจัดการวิกฤตและการพัฒนาของประเทศ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง คลัง-ธปท.-อาสาสมัคร รองรับผู้นำเศรษฐกิจและผู้เข้าร่วมจากทั่วทุกมุมโลก

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวภายหลังบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “โอกาส-ทางรอด ยุคเศรษฐกิจผันผวน ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์โลก” ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และ ธนาคารกรุงเทพ  ถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ว่า กระทรวงการคลังได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และฝ่ายเลขาธิการของการประชุมเพื่อเตรียมงานอย่างใกล้ชิด ความพร้อมอยู่ในระดับ A

โดยในช่วงกลางเดือน กรกฎาคม นี้ ทีมงานฝ่ายเลขาธิการของการประชุมจะเดินทางมาติดตามความพร้อมทั้งด้านอาคารสถานที่ การดูพื้นที่ต่าง ๆ และการบริหารจัดการระบบเตรียมการ (Logistics) ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีความพร้อมมาก โดยเฉพาะในส่วนของบุคลากรที่มีการอบรมเจ้าหน้าที่ประสานงานดูแล ซึ่งเป็นการระดมกำลังจากข้าราชการกระทรวงการคลัง ธปท. สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) รวมถึงนิสิตนักศึกษาอาสาสมัครที่ให้ความสนใจสมัครเข้ามามากกว่าจำนวนที่ต้องการถึงหลายเท่า

อย่างไรก็ตาม แม้ตารางการประชุมที่ชัดเจนจะขึ้นอยู่กับการจัดการของ IMF และ World Bank แต่ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจะได้มีโอกาสแสดงบทบาทสำคัญ โดยมีการหารือถึงการจัดการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Panel) ซึ่งคาดว่าจะมีผู้แทนของประเทศไทยและตัวแทนจากกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าร่วมพูดคุยในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงจุดยืนและเป็นตัวแทนของกลุ่มประเทศในภูมิภาคนี้

นายวินิจ เน้นย้ำว่า โอกาสครั้งนี้สำคัญกว่าเพียงแค่จำนวนผู้มาเยือนหรือเม็ดเงินสะพัดในช่วง 1 สัปดาห์ แต่เป็นโอกาสที่ประเทศไทยจะได้พื้นที่ในการสื่อสารสู่สาธารณะ (Air Time) ให้คนทั้งโลกเห็นความพร้อมและการจัดการภายใต้วิกฤต

“เป็นโอกาสอันดีที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่สนใจในช่วงเวลาการประชุม รวมไปถึงช่วงเวลาก่อนและหลังด้วย เพื่อให้โลกเห็นว่าเรากำลังทำอะไร เรามีเป้าหมายอย่างไร ภายใต้วิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งเราเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีการจัดการเรื่องวิกฤตได้ดี” นายวินิจ กล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันยังจะมีการประชุมของกลุ่มประเทศสำคัญอื่น ๆ เช่น กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 24 ประเทศ (G24) จัดขึ้นด้วย ซึ่งจะยิ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับประเทศไทย จึงเชื่อมั่นว่าความพร้อมในครั้งนี้จะสร้างผลกระทบสำคัญในด้านบวกให้กับคนไทยอย่างแน่นอน

ในโอกาสนี้  จึงถือโอกาสขอเชิญชวนคนไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี   เพราะการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ ที่เราจะได้แสดงศักยภาพ และความน่าสนใจด้านต่าง ๆ ของไทย สู่ประชาคมโลกอีกด้วย

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/nkJ5o
More
articles