นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ร่วมเสวนาในเวที Nikkei Asia Forum APAC 2026 ภายใต้หัวข้อ “Future of Mobility and Pathway to Carbon Neutrality” โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ ต่ออนาคตภาคอุตสาหกรรมว่า การสร้างการเติบโตในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ต้องก้าวข้ามการมุ่งลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียว สู่การสร้างความสามารถ ทางด้านการแข่งขันของระบบเศรษฐกิจ (Economic Competitiveness) ผ่านการมีความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) และสามารถสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability) ควบคู่กัน เพื่อให้อาเซียนสามารถรับมือ กับความท้าทายของโลก และสร้างโอกาสใหม่ ให้ธุรกิจเติบโตในอนาคตได้ นอกจากนี้ยังย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Carbon Neutrality จะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อทุกภาคส่วน ต้องร่วมมือร่วมใจกัน
บนเวทีเสวนา ได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมอง เกี่ยวกับผลกระทบของความผันผวน ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังส่งผล ต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความไม่แน่นอนด้านพลังงาน ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อต้นทุนการผลิต แต่ยังส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จึงไม่ใช่เพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อม หากแต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ในการสร้างความมั่นคง ทางเศรษฐกิจและเสริมศักยภาพ การแข่งขันของประเทศและภูมิภาคอาเซียน
สำหรับภูมิภาคอาเซียน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม มองว่า ภูมิภาคนี้มีศักยภาพในการเติบโต และมีความพร้อมด้านทรัพยากร สำหรับสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เช่น ไบโอเอทานอลและพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ซึ่งการสร้างความได้เปรียบในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งเสริมนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุน และสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ของภาคอุตสาหกรรมผ่าน การลงทุนยกระดับการผลิต รวมถึงนวัตกรรม เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน และลดต้นทุนในระยะยาว สำหรับรองรับตลาดอาเซียนทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรม สามารถปรับตัวได้ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ร่วมเสวนาในเวที Nikkei Asia Forum APAC 2026 ภายใต้หัวข้อ “Future of Mobility and Pathway to Carbon Neutrality”
จากประสบการณ์ของเอสซีจี ความยั่งยืนสามารถเดินควบคู่ ไปกับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ เช่น การพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ สะท้อนให้เห็นว่า หากนวัตกรรมสามารถตอบโจทย์ ทั้งด้านคุณภาพและต้นทุน ที่ทำให้ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ มีราคาที่สามารถแข่งขัน ได้ใกล้เคียงกับปูนซีเมนต์ทั่วไป จะทำให้ผู้บริโภค ตัดสินใจเลือกซื้อ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น และช่วยเร่งการยอมรับ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกของคนบางกลุ่ม แต่เป็นโอกาสที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์ร่วมกัน
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึง ทิศทางการดำเนินธุรกิจของเอสซีจี ที่ยึดมั่นใน Business Purpose: Inclusive Green Growth โดยมุ่งพัฒนานวัตกรรมและโซลูชัน ที่สร้างสมดุลระหว่าง การเติบโตทางเศรษฐกิจ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ไม่ใช่เพียงเป้าหมายขององค์กร หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นการเติบโตที่ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วม สร้างคุณค่าร่วม และก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างยั่งยืน


