นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์ออนไลน์กับ World Affairs Press และได้แนะนำผลการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน รวมทั้งความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างจีน-ไทย
@ เมื่อวันที่ 4-5 กรกฎาคม นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขอเชิญท่านช่วยแนะนำรายละเอียดของการเยือนครั้งนี้ มีไฮไลท์และผลสำเร็จอะไรบ้าง
การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนไทยครั้งที่สองของนายหวัง อี้ในรอบเกือบสองปี เป็นการเยือนครั้งสำคัญระหว่างผู้นำของจีนและไทย และเป็นกำหนดการสำคัญของการเยือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของนายหวัง อี้ การเยือนครั้งนี้มีกำหนดการแน่นมาก ใน 20 ชั่วโมงที่เยือนอยู่ในประเทศไทย นายหวัง อี้ได้เยี่ยมคารวะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย และมีการพบปะหารือกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และได้พบสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมพิธีการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ระหว่างสองประเทศ การเยือนครั้งนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ต่อไปนี้
ประการแรก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมกันสร้างประชาคมร่วมอนาคตจีน-ไทย ปีนี้เป็นปีครบรอบ 10 ปีของการพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีน-ไทย ในปีสำคัญนี้ ทั้งสองฝ่ายร่วมกันวางแผนพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มุ่งสู่อนาคต พร้อมนำเสนอเป้าหมายและวิสัยทัศน์ใหม่ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ย่อมจะเติมเต็มสาระสำคัญแก่ความสัมพันธ์ “จีนไทยพี่น้องกัน” ในยุคใหม่ สร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนมากขึ้นให้แก่ความสัมพันธ์จีน-ไทย
ประการที่สอง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมกันผลักดันการเชื่อมต่อรถไฟจีน-ลาว-ไทยอย่างสมบูรณ์โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นเส้นทางรถไฟสายหลักที่เดินผ่านคาบสมุทรอินโดจีน สามารถเชื่อมต่อ “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” ของไทยในทางใต้ และเดินผ่านประเทศลาวไปเชื่อมต่อยูนนานของจีนในทางเหนือ จนเชื่อมต่อกับ “ระเบียงใหม่ทางบก-ทางทะเล” และไปสู่ยุโรป การสร้างเสร็จของเส้นทางขนส่งสายนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและการขนส่งสินค้า ส่งเสริมการพัฒนาของเศรษฐกิจและการค้า และบรรลุความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันระหว่างจีน-ลาว-ไทย และจะทำคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่ให้แก่ประชาชนในสามประเทศ
ประการที่สาม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะร่วมกันรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์ การลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ระหว่างจีน-ไทยจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศในด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่แข็งแรงและมั่นคงของเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และทำคุณูปการแบบพลังจีนและไทยให้แก่ความมั่นคงทางดิจิทัลของโลก ทั้งสองฝ่ายยังตกลงที่จะปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด และปกป้องความปลอดภัยทางทรัพย์สินของประชาชนทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือเชิงปฏิบัติระหว่างสองประเทศในด้านอื่น ๆ ตลอดจนประเด็นปัญหาระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่เป็นความสนใจร่วมกัน และบรรลุฉันทามติอย่างกว้างขวาง
กล่าวได้ว่าการเยือนไทยของนายหวัง อี้ในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมมิตรภาพ การขยายความร่วมมือ และการวางแผนสำหรับอนาคตของสองประเทศ ซึ่งจะขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้พัฒนาอย่างเป็นโฉมหน้าใหม่ และบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่

@ ปีนี้เป็นปีครบรอบปีที่ 10 ของการพัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีน-ไทย ขอเชิญท่านช่วยแนะนำผลสำเร็จของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
ปัจจุบันนี้ สถานการณ์ระหว่างประเทศมีความปั่นป่วนและสลับซับซ้อนมาก แต่ความสัมพันธ์จีน-ไทยยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองฝ่ายได้เอาชนะผลกระทบของโรคโควิด-19 และได้แสดงออกความยืดหยุ่นที่แข็งแกร่งและศักยภาพอย่างสูงในด้านการค้า การลงทุน รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
ปีที่แล้ว ยอดมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศได้ทะลุ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้เป็น 1.312 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในปีนี้ การค้าระหว่างสองประเทศยังคงแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยมียอดมูลค่าเป็น 4.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน 4 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว
ในช่วงหลายปีมานี้ การลงทุนของจีนในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว และขนาดของการลงทุนยังคงอยู่ในท็อปสามของการลงทุนจากต่างประเทศของไทย บริษัทของจีนได้เข้ามาลงทุนอย่างแข็งขันในไทยในด้านอีคอมเมิร์ซ การสื่อสาร ยางพารา โซล่าเซลล์ ยานยนต์พลังงานใหม่และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรมระยองซึ่งเป็นนิคมที่บริษัทจีนและไทยร่วมกันพัฒนาขึ้นมา ปัจจุบันนิคมนี้ได้ดึงดูดบริษัทจีนมากกว่า 170 บริษัทเข้ามาตั้งโรงงาน และมียอดมูลค่าการลงทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นคลัสเตอร์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดของจีนในอาเซียน
นอกจากนี้ ยังมีนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง33 ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา ในขณะเดียวกัน การลงทุนของบริษัทไทยในจีนก็มีแนวโน้มที่ดี เครือบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท TCP Group และบริษัทอื่นๆ ได้มีความคืบหน้าใหม่ในธุรกิจการลงทุนและการดำเนินงานในประเทศจีน
“เราจะสนับสนุนบริษัทที่มีศักยภาพและมีชื่อเสียงที่ดีขยายความร่วมมือด้านการลงทุน ในขณะที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เราจะมุ่งเน้นที่สร้างไฮไลท์ใหม่ของความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว”
@ ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ดังที่ นายหวัง อี้กล่าวเมื่อได้พบกับนายดอน ปรมัตถ์วินัย ฝ่ายจีนจะสนับสนุนฝ่ายไทยอย่างเต็มที่ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในปีนี้ ท่านคิดว่าจีนและไทยจะมีบทบาทอย่างไรในการร่วมกันสนับสนุนการพัฒนาของเอเปค
เอเปคเป็นองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และขณะนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของการพัฒนา ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันนี้ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และการส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นเสียงร่วมของสมาชิกเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด
จีนสนับสนุนไทยอย่างแน่วแน่ในฐานะเจ้าภาพของการประชุมเอเปคปีนี้ ตามหัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” ส่งเสริมความก้าวหน้าในความร่วมมือเอเปคในด้านต่าง ๆ ชี้นำการประชุมเน้นในเอเชียแปซิฟิก เน้นการพัฒนาและการสร้างเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิกเพื่อป้องกันประเด็ญทางลบ เช่นใช้ “อินโด-แปซิฟิก” แทนเอเชียแปซิฟิกและเอาประเด็นเศรษฐกิจเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อยึดมั่นในทิศทางที่ถูกต้องของความร่วมมือเอเปคอย่างแน่นหนา เสริมสร้างแรงผลักดันที่แข็งแกร่งใหม่ต่อการพัฒนาของเอเปค ออกเสียงของเอเชียและแนะนำภูมิปัญญาของเอเชียเพื่อส่งเสริมธรรมาภิบาลโลกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของโลก
@ จีนได้ดำเนินงานอะไรบ้างเพื่อช่วยไทยต่อสู้กับโรคโควิด-19
เมื่อเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างกะทันหัน จีนและไทยร่วมมือกันต่อสู้กับโรคนี้อย่างแน่นแฟ้น ในปี 2020 เมื่อโรคโควิด-19 เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศจีน ประเทศไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่ช่วยเหลือประเทศจีน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงส่งสาส์นถึงประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อแสดงความห่วงใย รัฐบาลไทยและวงการต่างๆ ของสังคมไทยได้ส่งเวชภัณฑ์ที่จีนกำลังขาดแคลนอยู่ และแสดงความช่วยเหลือและห่วงใยอย่างจริงใจต่อประเทศจีน หลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยรุนแรงขึ้น จีนได้ให้ความช่วยเหลือด้านวัคซีนแก่ประเทศไทยในขณะที่วัคซีนในจีนยังขาดแคลนอยู่ วัคซีนของจีนเป็นวัคซีนชุดแรกที่ไทยได้รับ จนถึงปลายปีที่แล้ว ประมาณ 70% ของประชากรไทยได้รับการฉีดวัคซีน และมีการสร้างภูมิคุ้มกันวัคซีนแล้ว โดยในจำนวนนี้ จีนให้การสนับสนุนเกือบครึ่งหนึ่งของวัคซีนทั้งหมด
“เพื่อนชาวไทยหลายคนของผมจึงกล่าวว่า วิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ได้เห็นการร่วมทุกข์ร่วมสุขระหว่างจีนและไทย หลังจากการทดสอบของโรคโควิด-19 ครั้งนี้ มิตรภาพ “จีนไทยพี่น้องกัน” ได้พัฒนาสูงขึ้นอีกระดับหนึ่ง การสร้างประชาคมร่วมอนาคตจีน-ไทยและความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อกันระหว่างสองประเทศได้มีแรงผลักดันแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/FLwbq


