นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 9 ม.ค.66 ถึง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) เพื่อแจ้งให้ระงับงานซื้อย้าย จัดหา และติดตั้งงานก่อสร้างปรับปรุงป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และตราสัญลักษณ์ของ รฟท.ออกไปก่อน จากที่เคยได้ลงนามในสัญญาจ้างให้บริษัทฯ เริ่มดำเนินการในวันที่ 3 ม.ค.66
เนื่องจากในสัญญาจ้างการก่อสร้างโครงการปรับปรุงป้ายชื่อ “สถานีกลางบางซื่อ” เป็น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” และตราสัญลักษณ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีมูลค่าสูงถึง 33 ล้านบาท ซึ่งประเด็นดังกล่าว ได้กลายมาเป็นกระแสสังคมในช่วงที่ผ่านมา โดยถูกมองว่ามีราคาสูงเกินไป
ก่อนหน้านี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ตอบกระทู้ถึงการเปลี่ยนป้ายจาก “สถานีกลางบางซื่อ” เป็น “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” ว่า เนื่องจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่ออันเป็นมงคล เมื่อเดือน ก.ย.65 ซึ่ง รฟท.ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของทางราชการ และถือเป็นประเพณีปฏิบัติ โดยยกตัวอย่าง เช่น กรณีการเปลี่ยนชื่อสนามบินหนองงูเห่า เป็นสนามบินสุวรรณภูมิ
ซึ่งกรณีดังกล่าว ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็น ว่า อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่เคยมีป้ายชื่อท่าอากาศยานหนองงูเห่าติดตั้งมาก่อนเลย เมื่อสร้างอาคารสำเร็จเรียบร้อยก็ใช้นามพระราชทาน “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ประดับติดตั้งอาคารมาตั้งแต่ต้น
และนามพระราชทานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้รับพระราชทานมา 6 ปีเต็ม ล่วงหน้าก่อนท่าอากาศยานดังกล่าวเปิดให้บริการ
ซึ่งเรื่องการเปลี่ยนป้ายมูลค่า 33 ล้านบาทครั้งนี้ ได้ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และทั้งหมดเชื่อว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่มีความโปร่งใส เนื่องจากมีการรีบจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ แทนที่จะเปิดประมูลปกติ
ขณะที่ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายใน 15 วัน หรือ 19 มกราคมนี้
แต่ประเด็นการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นการตั้งคนในกระทรวงคมนาคมมากถึง 6 คน ในขณะที่เป็นคนจากหน่วยงานภายนอกเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น
The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/1oeMH


