สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เปิดเผยว่า เตรียมที่จะขอหมายจับ พลเอกมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าข่มเหงชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม โดยคณะผู้พิพากษา 3 คน จะตัดสินว่ามีเหตุผลอันสมควรที่จะเชื่อว่า พลเอกมิน อ่อง หล่าย มีส่วนรับผิดทางอาญาในกรณีการเนรเทศและข่มเหงชาวโรฮิงญาในเมียนมาและบังกลาเทศหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีกรอบเวลาที่แน่นอนสำหรับการตัดสินใจ แต่โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนในการตัดสินเกี่ยวกับการออกหมายจับ ขณะที่ทางโฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมายังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวต่อรายงานข่าวดังกล่าว
การขอหมายจับ พลเอกมิน อ่อง หล่าย เกิดจากกรณีชาวมุสลิมโรฮิงญามากกว่า 730,000 คนต้องหลบหนีไปยังบังกลาเทศระหว่างปฏิบัติการ ซึ่งผู้สืบสวนของสหประชาชาติระบุว่า ดำเนินการด้วยเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
อย่างไรก็ตาม เมียนมาไม่ได้เป็นสมาชิกของ ICC ตามสนธิสัญญา แต่ในคำตัดสินปี 2018 และ 2019 ผู้พิพากษากล่าวว่า ศาลมีเขตอำนาจศาลเหนืออาชญากรรมข้ามพรมแดนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งบางส่วนเกิดขึ้นในประเทศบังกลาเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกของ ICC และกล่าวว่า อัยการสามารถเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการได้
“นี่เป็นการยื่นคำร้องขอหมายจับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเมียนมาครั้งแรก และจะมีการยื่นคำร้องเพิ่มเติมตามมา”อัยการ ระบุ
ICC ได้สอบสวนอาชญากรรมต่อชาวโรฮิงญามาเกือบ 5 ปีแล้ว แต่ถูกขัดขวางด้วยการเข้าถึงประเทศที่ยากลำบาก และยังเป็นเพราะเมียนมาอยู่ในความวุ่นวายตั้งแต่กองทัพขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในปี 2021 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวต่อต้านที่เริ่มต้นจากการประท้วงอย่างสันติและต่อมาได้พัฒนาเป็นสงครามในหลายแนวรบ
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ทีมสอบสวนได้นำหลักฐานต่าง ๆ จำนวนมากมาจากคำให้การของพยาน รวมถึงจากแหล่งข่าวภายในหลายคน หลักฐานเอกสาร และสื่อวิทยาศาสตร์ ภาพถ่าย และวิดีโอที่ได้รับการรับรองความถูกต้อง


