สหภาพยุโรปหวั่นยอดป่วยโควิด-19 ‘โอไมครอน’ พุ่งพรวดติดจรวด

สตอกโฮล์ม, 16 ธ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันพุธ (15 ธ.ค.) ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป (ECDC) เตือนว่าจำนวนผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไม่ช้า

ศูนย์ฯ เรียกร้องประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และกลับมาบังคับใช้มาตรการต่างๆ หลัง 27 ประเทศอียูและเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน เพิ่ม 502 ราย ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์นี้รวมอยู่ที่ 2,629 ราย เมื่อนับถึงวันพุธ (15 ธ.ค.)

แอนเดรีย อัมมอน ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ระบุว่าสิ่งนี้บ่งชี้ว่ากลุ่มประเทศอียูและเขตเศรษฐกิจฯ เผชิญการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนในชุมชนแล้ว และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในไม่ช้าหากอิงจากแบบจำลองการคาดการณ์

“ความน่าจะเป็นของการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอนในกลุ่มประเทศอียูและเขตเศรษฐกิจฯ นั้นอยู่ในระดับสูงมาก และมีแนวโน้มสูงที่จะทำให้การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ซึ่งมากกว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่พิจารณาเฉพาะสายพันธุ์เดลตา” อัมมอนเผย

อนึ่ง สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็น “สายพันธ์ุที่น่ากังวล” เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ถูกตรวจพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ ส่งผลให้หลายประเทศออกข้อจำกัดการเดินทาง

อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์เบื้องต้นของผู้ป่วยรายแรกๆ ที่รายงานไปยังระบบเฝ้าระวังแห่งยุโรป (TESSy) พบว่าผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศหรือที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางนั้นคิดเป็นเพียงร้อยละ 13 ขณะที่ร้อยละ 70 เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในท้องถิ่น โดยกลุ่มประเทศอียูและเขตเศรษฐกิจฯ ที่ตรวจพบผู้ป่วยที่ไม่เชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับการเดินทาง ได้แก่ เบลเยียม เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฮังการี นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน และไอซ์แลนด์

นอกจากนั้นอัมมอนยังเรียกร้องประเทศต่างๆ ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อลดอัตราการติดเชื้อไวรัสฯ โดยระบุว่า “ประเทศต่างๆ ควรเร่งฉีดวัคซีนครบโดสให้ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือยังรับวัคซีนไม่ครบ ตลอดจนฉีดวัคซีนโดสกระตุ้นให้ผู้มีคุณสมบัติทุกคนโดยเร็วที่สุด”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากศูนย์ฯ ชี้ว่าร้อยละ 71.6 ของประชากรในกลุ่มประเทศอียูและเขตเศรษฐกิจฯ ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดส และร้อยละ 67.3 ได้รับวัคซีนครบโดส ทว่าอัตราการฉีดวัคซีนในบางประเทศแถบยุโรปตะวันออกยังค่อนข้างต่ำ อาทิ สโลวาเกียและโรมาเนีย มีประชากรได้รับวัคซีนโดสแรกไม่ถึงครึ่ง และบัลแกเรียมีประชากรได้รับวัคซีนโดสแรกน้อยกว่าร้อยละ 28

“การฉีดวัคซีนอย่างเดียวไม่เพียงพอ เรายังต้องสวมหน้ากากอนามัยอย่างเหมาะสม ทำงานทางไกล หลีกเลี่ยงการรวมตัวหนาแน่นในสถานที่และขนส่งสาธารณะ อยู่บ้านเมื่อมีอาการป่วย รักษาความสะอาดของมือและระบบหายใจ ตลอดจนระบายอากาศในพื้นที่ปิดอย่างเหมาะสม ซึ่งหากยกเลิกมาตรการเหล่านี้ไป หลายประเทศอาจเผชิญการระบาดอย่างรุนแรงอีกครั้งได้”

(แฟ้มภาพซินหัว : หญิงเดินผ่านรถพยาบาลในกรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร วันที่ 9 เม.ย. 2021)
(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรการแพทย์เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจโรคโควิด-19 ในสโลวีเนีย วันที่ 14 ธ.ค. 2021)
The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/AlEJZ
More
articles