ศูนย์วิจัยฯ DPU ส่ง 2 เรื่องชิง “วิจัยแห่งชาติ 2566” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมยั่งยืน-งานวิจัยไทยก้าวไกล ​

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (RDI) เปิด 5 ผลงานการวิจัยของคณาจารย์ พร้อมส่งงานวิจัย 2 เรื่อง ชิงรางวัล ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566” ซึ่งเป็นงานระดับชาติเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนให้ก้าวไกลด้วยงานวิจัยคนไทย ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 7 – 11 สิงหาคมนี้ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ งานนี้จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (วอ.) และหน่วยงานเครือข่ายในระบบวิจัย

​ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPURDI) ร่วมจัดแสดงผลงานภาคนิทรรศการงานวิจัยของอาจารย์จำนวน 5 เรื่อง โดยมี 2 ใน 5 เรื่องที่เข้าประกวดชิงรางวัล  “งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2566″  ​โดยภายในงานได้นำเสนอและกระจายองค์ความรู้ ความก้าวหน้าของงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ประโยชน์ที่เข้าถึงได้จริง มีการจัดแสดงผลงานวิจัยจำนวนทั้งหมดกว่า 1,000 ผลงาน ใน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG 2.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสังคมอย่างยั่งยืน 5.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน 6.งานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพของชุมชน

​ผศ.ดร.กัลยา สว่างคง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย (RDI) และอาจารย์ประจำคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยมาโดยตลอด ทั้งการสนับสนุนทุนภายในและการส่งเสริมให้ขอทุนจากหน่วยงานภายนอก จำนวนมากถึง 30-40 โครงการวิจัยต่อปี เพราะงานวิจัยเสมือนคลังองค์ความรู้ทางวิชาการซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะของภาครัฐ การทำธุรกิจของภาคเอกชน และการปรับตัวของประชาชนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทุกวันนี้

​“เมื่อก่อนงานวิจัยมักถูกพูดว่าเป็นแค่งานขึ้นหิ้ง  คือรู้ว่าสร้างคุณประโยชน์มากมายแต่เข้าถึงได้ยาก การร้อยเรียงและลำดับความอ่านไม่เข้าใจ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกับชีวิตเราทุกคน ซึ่งในฐานะที่เราเป็นหน่วยงานที่สร้างองค์ความรู้ จึงต้องเปิดการรับรู้และมุ่งผลักดันให้งานวิจัยเกิดประโยชน์สูงสุด โดยนอกจากทุนที่สนับสนุนทั้งภายในและภายนอก จำนวนปีละ 30-40 งานวิจัย เรายังได้นำองค์ความรู้ของเราลงไปพัฒนาที่เรียกว่า บริการทางวิชาการ ให้กับชุมชนหรือบุคคลที่สนใจ นำไปต่อยอดก่อให้เกิดการผนึกองค์ความรู้และทักษะที่มีประโยชน์ทั้ง2 ฝ่าย ทั้งอาจารย์และนักศึกษาได้เติมเต็มทักษะ ขณะเดียวกันชุมชนก็ได้เพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี มูลค่า ฯลฯ แก่สังคมและประเทศ”

​“ในปีการศึกษาใหม่นี้  ภารกิจส่งเสริมงานวิจัยของสายงานวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ก็ยังเดินหน้าเข้มข้นเหมือนทุกปี ทั้งในเรื่องของงานวิจัยทั้งที่เกิดจากความสนใจของตัวนักศึกษาและต่อยอดงานวิจัยของอาจารย์ เช่น รายวิชา Capstone ที่มีการเรียนการสอน การวิจัย นักศึกษาที่เรียนต้องประยุกต์องค์ความรู้ มาใช้ปฏิบัติจริง ทำการวิจัย แล้วผลิตออกมาเป็นชิ้นงานที่จับต้องได้ ใช้ได้จริงต่อผู้ประกอบการ นอกเหนือที่ให้นักศึกษาคิดชิ้นงานที่มาจากองค์ความรู้ที่ตนเองมีในคณะ แต่ต้องทำงานข้ามศาสตร์ทั้งหมดอย่างน้อย 3 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมความรู้เข้ากับยุคสมัยที่ต้องเชื่อมโยงและบูรณาการ”

“สมมุติยกตัวอย่าง หากนักศึกษาคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มีไอเดียทำแอปพลิเคชันช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาท่องเที่ยว ตัวนักศึกษาอาจจะสร้างแอปฯ ไม่เป็น ก็จะไปร่วมทีมกับ นักศึกษาสายออกแบบแอปพลิเคชั่น ซึ่งที่ผ่านมามีนักศึกษาบางคนสามารถสร้างรายได้ระหว่างเรียนขึ้นจากแง่มุมตรงนี้ด้วย มีนักศึกษานำเทคโนโลยีไปสร้างแอปพลิเคชันชุมชนออนไลน์ที่เป็น HUB แลกเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำให้การท่องเที่ยวไม่ต้องซื้อชุดใหม่ตลอดและเกิดการค้าขายแลกเปลี่ยนกัน สิ่งที่ทำเหล่านี้ไม่เพียงสนับสนุนทักษะความเป็นผู้ประกอบการที่เป็น DPU Core ของสถาบันเรา แต่ยังเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เด็กคำนึงถึงผู้อื่นและสังคม เติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติอีกด้วย”

​สำหรับบู้ทงานวิจัยทั้ง 5 ผลงานของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในงานนี้ ตั้งอยู่ที่ “บูธหมายเลข CM 3” ซึ่งสามารถเข้ารับชมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีการนำเสนองานดังนี้

​1.ระบบ AI & IOT แจ้งเตือนและช่วยเด็กติดในรถ

เป็นนวัตกรรมเพื่อแจ้งเตือนและช่วยเหลือเด็กติดในรถ ด้วยระบบที่แก้ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุนี้ โดยรับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้เข้าชมงาน   (ผู้ดูแลโครงการ ผศ.อรดี พฤติศรัณยนนท์ วิทยาลัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์)

2.การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า วิสาหกิจชุมชนทอผ้าและตัดเย็บบ้านหาดเสี้ยว ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

เป็นผลงานการออกแบบและผลิตผลตอบโจทย์งานวิจัยอีกหนึ่ง ที่เริ่มจากการวิจัยผ้าขาวม้าและการออกแบบลวดลายตารางหมากรุกให้กลายมาเป็น “Sportswear” ชิ้นงานนี้ที่จะใช้เป็นชุดแข่งขันทีมสโมสรฟุตบอล “สุโขทัย” FC ไทยลีก (เปิดตัวในวันที่ 20 ส.ค. นี้) ยังนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยของการร่วมมือกัน 3 ฝ่าย ได้แก่ สถาบันการศึกษา ชุมชนและสโมสรฟุตบอลอีกด้วย  (ผู้ดูแลโครงการ ผศ.กมลวรรณ พัชรพรพิพัฒน์ สารสุข คณะศิลปกรรมศาสตร์)

3.การออกแบบอัตลักษณ์ชุมชนผ่านผลิตภัณฑ์ และ สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อการท่องเที่ยว ทต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

เป็นผลงานการวิจัยที่ลงพื้นสัมผัสชุมชนของคณะศิลปกรรมฯ อีกหนึ่งชิ้น ที่เพิ่มความภาคภูมิใจพร้อมกับพาชมธรรมชาติอันสวยงามของ “สวนใน” บางกอก (ซึ่งเป็นชื่อเรียกชุมชนตามลำน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ นนทบุรี ธนบุรี ลงไปจนพระประแดง) ในพื้นที่ชื่อว่า “บางม่วง” ชุมชนริมน้ำที่ยังมีวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมรายล้อมไปด้วยหมู่แมกไม้และทุ่งนาท่ามกลางรถไฟฟ้าย่านบางใหญ่อย่างลงตัวและเข้ากันเป็นอย่างดี นับเป็นอีกหนึ่ง Unseen แห่งความร่วมสมัย ที่ต่อไปนี้เราจะได้เห็นสัญลักษณ์ “บ้านทรงไทยที่มีสายน้ำและคนพายเรือ” อยู่บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ (ผู้ดูแลโครงการ ผศ.ทิพย์ลักษณ์ โกมลวณิช คณะศิลปกรรมศาสตร์)

4.ปลูกจิต “สำนึกและรู้สึก” ในเรื่องของป่าต้นน้ำ ผ่านการเล่นเกม เพื่อการเรียนรู้แบบนิวนอร์มอล

เป็นนวัตกรรมสื่อพร้อมความสนุกสนานในการช่วยรักษ์โลก “เรื่องป่าต้นน้ำ” หลังใช้เรื่องของเกมและแว่น 3 มิติ VR ผสมเข้ากับสิ่งแวดล้อม โดยในตัวเกมจะพาเด็กๆ ทุกคนบุกตะลุยด่านในภารกิจเพื่อซึมซับและเรียนรู้เรื่องความสำคัญและทำความเข้าใจถึงป่าต้นน้ำ  (ผู้ดูแล ผศ.ดร.วิลาวัลย์ อินทร์ชำนาญ วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์เทคโนโลยี)

5.การศึกษานำร่องเส้นทางท่องเที่ยวด้วยสกูตเตอร์ไฟฟ้า ในกรุงเทพมหานครสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย​

เป็นโครงการนำร่องเพื่อการก้าวสู่การเป็นเมือง Smart City อย่างเต็มตัว  และช่วยรักษ์โลกด้วยการลดมลพิษทางอากาศในการเดินทาง ทดลองศึกษาเส้นทางท่องเที่ยวในเมืองหลวงไทย   (ผู้ดูแลโครงการ ดร.ยุวรี โชคสวนทรัพย์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม)

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/2dQGr
More
articles