มาคาเลียส (Makalius) แหล่งรวม อี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยแม้กระแสข่าวการก่อสร้างและอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 เส้นทางโลจิสติกส์สายหลักสู่ภาคใต้ จะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับนักเดินทาง แต่ในมุมของภาคธุรกิจท่องเที่ยว ข้อมูลล่าสุดจากกลุ่มลูกค้ามาคาเลียสกลับสะท้อนภาพลักษณ์ที่ต่างออกไป เมื่อแหล่งท่องเที่ยวระดับไอคอนิกอย่าง “หัวหิน และ ชะอำ” ยังคงครองแชมป์จุดหมายปลายทางในใจคนไทย โดยมียอดจองเติบโตสวนทางกับความกังวลบนท้องถนน
นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า “จากการติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ในระบบการจองที่พักของมาคาเลียสและสื่อโซเชียลมิเดีย พบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่า กลุ่มลูกค้ายังคงให้ความสนใจที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ “หัวหิน และ ชะอำ” อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีภาพลบการก่อสร้างและอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 แต่ความต้องการพักผ่อนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งจากการสำรวจปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากที่สุด ได้แก่ โปรโมชั่นและราคาที่คุ้มค่า รวมถึงคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ที่ยังคงรักษามาตรฐานระดับสูง”
“เมื่อดีลมีความคุ้มค่าที่ชัดเจน อย่างเช่น กรณีล่าสุดมาคาเลียสได้เปิดขายแพ็กเกจที่พัก โรงแรมติดชายหาดหัวหิน ในราคา 1,799 บาทต่อสองคน รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น โดยเริ่มขายเพียงไม่กี่วันหลังจากเกิดข่าวอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 แต่กลับได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด จึงเห็นได้ว่าถ้าผู้ประกอบการสามารถสร้างแพ็กเกจที่มีความคุ้มค่าจะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจได้ง่ายขึ้นกับการเลือกที่พัก และมองข้ามอุปสรรคด้านต่างๆ รวมถึงความกังวลด้านความไม่ปลอดภัยของพื้นที่การจราจรที่มีความเสี่ยง สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าความกังวลด้านเส้นทางไม่ใช่จุดจบของดีมานด์ เพราะผู้บริโภค สามารถบริหารความเสี่ยงได้ด้วยตัวเอง เช่น เลี่ยงการใช้เส้นทางที่กำลังมีการก่อสร้าง หรือ ปรับเวลาเดินทางหลีกเลี่ยงช่วงที่มีการทำงานก่อสร้าง เป็นต้น
ผู้ประกอบการปรับกลยุทธ์ “เลิกขายแค่ที่พัก” แต่ต้องขาย “ประสบการณ์”
นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “สำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพชรบุรี ชะอำ หัวหิน ตั้งปรับกลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกเพื่อปลุกตลาดให้คึกคักอยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มจาก “Promotion” ออกแบบโปรโมชั่นที่เน้นความคุ้มค่าของสิทธิประโยชน์ มากกว่าการตัดราคาเพียงอย่างเดียว เช่น โปรโมชั่น 1แถม1 โปรโมชั่นฟรีดินเนอร์ เป็นต้น ต่อมาคือ “Experience”นำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หาจากที่อื่นไม่ได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจที่แรงกล้าพอจะทำให้คนอยากเดินทางมาหา เช่น การดิวกับชุมชนท้องถิ่นจัดกิจกรรม เช่น เวิร์คชอปตอกหนัง เรียนรู้อัตลักษณ์การตอกลายบนแผ่นหนังเป็นพวงกุญแจหรือของที่ระลึก เรียนรู้การทำขนมตาล และเคี่ยวน้ำตาลสด หรือกิจกรรมทำว่าวไทยกับชุมชน เป็นต้น สุดท้ายคือ “Clear Communication” เน้นการสื่อสารการให้ข้อมูลที่ชัดเจน จริงใจ และรวดเร็ว เพื่อลดความกังวลและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
ภาครัฐช่วยปั้น “Event Marketing” เป็นเมืองท่องเที่ยว 365 วัน
“นอกจากการปรับตัวของภาคเอกชนแล้ว ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐ ที่เป็นฟันเฟืองหลักเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในระยะยาว ตั้งแต่การแก้ปัญหาเส้นทางจราจรสายหลักให้มีความปลอดภัยและมีความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการผลักดันให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี งานศิลปะ การแข่งขังกีฬาระดับนานาชาติ หรือกิจกรรม Soft Power เพื่อสร้างเหตุผลให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเยือนหัวหินและชะอำอยู่เสมอ โดยไม่ต้องรอให้ถึงช่วงไฮซีซั่น โดย มาคาเลียส เชื่อมั่นว่าหากเกิดความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างเอกชนที่นำเสนอดีลที่โดนใจ และภาพรัฐที่ช่วยเติมสีสันด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ จะช่วยผลักดันให้หัวหินและชะอำก้าวข้ามทุกอุปสรรคการเดินทาง และเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกของไทย” นางสาวณีรนุช กล่าวทิ้งท้าย
———————————-


