ประชุมผู้ถือหุ้น ‘ดุสิตธานี’ แมทช์ ‘ศึกสายเลือด’ เลื่อนเป็นครั้งที่ 2 ขยับไป 6 กุมภาพันธ์ 2569

กรณี บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (DUSIT) ได้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 โดยเป็นการประชุมต่อจากที่ได้มีการเลื่อนประชุมมาจากวันที่ 26 กันยายน 258 ซึ่งในวันนั้นมีการพิจารณาไปได้เพียง 3 วาระ โดยวาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติถอดถอน นายชนินทธ์ โทณวณิก ออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ปรากฏว่า ผลการลงมติ มีผู้ถือหุ้นออกเสียงทั้งหมด 483 ราย แต่มีผู้ไม่เห็นด้วย 420 ราย ขณะที่มีผู้เห็นด้วย 42 รายเท่านั้น จึงทำให้วาระนี้ไม่ได้รับการอนุมัติ เนื่องจากเกณฑ์ในการลงมติ ระบุว่า วาระนี้ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ถือหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง

ถือเป็นกรณีศึกษาอีกครั้งหนึ่งของตลาดหุ้นไทย เนื่องจากเป็นการใช้เกณฑ์เฉพาะตาม พรบ.มหาชน ในเรื่องการถอดถอนกรรมการก่อนครบวาระ

ซึ่งหลังจากนั้นก่อนเริ่มการประชุมในวาระที่ 4 และวาระที่ 5 ได้มีการพิจารณาถึงประเด็นที่มีผู้ถือหุ้นได้มีการร้องเรียนไปยัง ก.ล.ต. และคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ให้พิจารณาว่า การที่จะแต่งตั้งกรรมการใหม่และเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการนั้น เข้าข่ายเป็นการครอบงำกิจการหรือไม่ และเป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นหรือไม่ ดังนั้นในระหว่างที่ต้องรอความชัดเจนจากทางหน่วยงานที่ผู้ถือหุ้นไปร้องเรียน จึงสมควรเลื่อนการประชุมในวาระที่ 4 และวาระที่ 5 ออกไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน ทำให้การประชุมในวันที่ 26 กันยายน จบลง โดยให้เลื่อนมาประชุมต่อในวันที่ 4 ธันวาคม 2568

และในวันนี้ (4 ธันวาคม 2568) ได้มีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ต่อเนื่องวาระที่ยังค้างคาอยู่อีกครั้งหนึ่ง โดยมีผู้ถือหุ้นที่มาด้วยตนเอง 26 ราย จำนวนหุ้น 1,836,605 หุ้น ผู้ถือหุ้นที่รับมอบฉันทะ 379 ราย จำนวนหุ้น 530,113,696 หุ้น รวมมีผู้ถือหุ้นมาประชุมทั้งสิ้น 405 ราย จำนวนหุ้นทั้งสิ้น 531,950,301 หุ้น คิดเป็น 62.5823% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด 850,000,000 หุ้น

ซึ่งเมื่อเข้าสู่วาระที่ 4 นายชนินทธ์ โทณวณิก รักษาการประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานที่ประชุมได้ยกกรณีที่ทาง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ส่งอีเมล์ แจ้งความกังวลในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ จากกรณีที่จะมีการแต่งตั้งกรรมการการใหม่ ขึ้นมาหารือ ว่าทางบริาทได้มีหนังสือสอบถามแนวทางที่เหมาะสมไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ เช่นเดียวกับ กรณีผู้ถือหุ้นรายหนึ่งร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ถึงการกระทำที่อาจเข้าข่ายร่วมกับบุคคลอื่นเพื่อครอบงำกิจการของบริษัทฯ โดยไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของกิจการ และอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำการรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ก็ยังไม่มีผลการพิจารณาที่ชัดเจนออกมา

ประธานจึงได้ถามผู้แทนจาก บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายว่า มีความเห็นอย่างไรในเรื่องดังกล่าว ที่ปรึกษากฎหมาย ให้ความเห็นว่า เนื่องจากกรณียังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และเพื่อธรรมาภิบาลตลาดทุนไทย จึงเห็นสมควรให้เลื่อนการประชุมวาระที่ 4 และ 5 ออกไปก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน และเนื่องจากเป็นการเลื่อนการประชุม ตามมาตรา 105(3) จึงยังสามารถให้ record date เดิมได้

นายชนินทธ์ ในฐานะประธานที่ประชุม จึงสรุปให้เลื่อนการประชุมออกไปอีก 2 เดือนเพื่อรอความชัดเจนในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยจะไปประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดยใช้ record date เดิม

#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/Jkhzb
More
articles