นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า แนวโน้มการปรับดอกเบี้ย กนง.เริ่มเสียงแตกในขณะนี้ ในส่วนของบอร์ด ธอส. พร้อมเตรียมแผนรองรับ หาก กนง.ปรับเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม 65 ธอส. พร้อมตึงดอกเบี้ยให้นานสุด อาจปรับเพิ่มในเดือนตุลาคมประมาณร้อยละ 50 ของ กนง.ขยับขึ้น และหาก กนง.ปรับเพิ่มอีกในการประชุมครั้่งต่อไป ธอส. จะเลือกปรับเพิ่มดอกเบี้ยในช่วงต้นปี 65 หรือปรับเพิ่มประมาณร้อยละ 1.25-1.5 ยอมรับว่ากระทบต้นทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท และหากดอกเบี้ยนโยบายขยับเพิ่มอีก อาจกระทบต้นทุน 1,300 ล้านบาท เมื่อทิศทางตลาดโลดปรับเพิ่ม จึงหนีไม่พ้นจากการปรับเพิ่มดอกเบี้ย
เช่น หากบ้านราคา 1 ล้านบาท ผ่อนชำระรายเดือน 6,000 บาทต่อเดือน โดยเงินงวดยังไม่ปรับเพิ่มทันที ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย แต่อาจทำให้ปิดยอดเงินกู้ขยายออกไป เช่น กำหนดปิดชำระ 18 ปี อาจขยายออกไปเป็น 20-22 ปี แต่ภาระเงินงวดไม่ปรับเพิ่ม สำหรับลูกค้า โครงการบ้านล้านหลัง นับว่าได้รับผลดี เพราะตรึงดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.99 ระยะเวลา 4 ปี สำหรับบ้านราคา 1.5 ล้านบาท ยอดวงเงินปล่อยสินเชื่อเหลือ 4,500 ล้านบาท
“แม้แนวโน้มดอกเบี้ยจะปรับเพิ่ม แต่ในช่วง 5 เดือนแรกของปีก็ยังปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 1 แสนล้านบาท ดังนั้นจึงกำหนดเป้าหมายใหม่ในปีนี้ ปล่อยสินเชื่อบ้านประมาณ 2.8 -3 แสนบ้านบาท ขณะที่ยอดหนี้ NPL ในปีนี้อาจปรับเพิ่ม 5,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 จากปัจจุบันร้อยละ 4 ซึ่งได้จัดเตรียมเงินรองรับหนี้เสียเกินร้อยเปอร์เซ็นต์กว่าแสนล้านบาท และ ธอส. ยังต้องวางแผนระดมทุนผ่านสลากออมทรัพย์ ธอส. เพราะเป็นช่องทางที่ยังมีการตอบรับจากผู้ต้องการหาผลตอนแทนจากเงินฝากของประชาชน”นายฉัตรชัย กล่าว


