ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับเกียรติแสดงปาฐกถาเกียรติยศ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ชัชวาล โอสถานนท์ ครั้งที่ 13 เรื่อง “รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก สู่การปรับตัวของอุดมศึกษาไทย“
เนื่องในโอกาสครบรอบ 55 ปีวันพระราชทานนาม 136 ปี มหาวิทยาลัยมหิดล ณ หอประชุมมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้กล่าวถึงสถิติที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันยังคงพบเด็กไทยขาดทักษะพื้นฐาน (Foundation Skills) โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการอ่าน (Reading Literacy) อาทิ “ฉลากยา” ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่มักพบว่ายังไม่สามารถทำความเข้าใจและใช้ได้อย่างถูกต้อง
จาก “VUCA World” ที่มาจาก “ความผันผวนของโลก” สู่ “BANI World” ที่ทำให้โลกต้องรับมือกับการหลั่งไหลเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน แต่กลับพบว่าเด็กไทยถึงร้อยละ 74 ยังคงมี “ทักษะดิจิทัล“ ที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ตลอดจนทักษะทางด้านอารมณ์และสังคม ต่ำกว่าเกณฑ์ถึงร้อยละ 30 โดยมากยังคงขาดความคิดสร้างสรรค์ และความใฝ่รู้
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้ให้มุมมองถึงทิศทางการจัดการศึกษาที่ยั่งยืนว่า ไม่ควรเป็นเพียงการศึกษาเพื่อหางานทำ หรือให้ได้ปริญญา แต่ควรเป็นไปในลักษณะการหาความรู้จากการทดลองปฏิบัติ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชั้นเรียนโดยมีอาจารย์ทำหน้าที่เสมือน “พี่เลี้ยง” (Coach)
โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ถึงเวลาแล้วที่มหาวิทยาลัยควรปรับตัวเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยการนำมาพิจารณาถึงคุณและโทษ แล้วประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการฝึกทักษะให้สามารถทำงานกับ AI พร้อมมุ่งเรียนในสิ่งที่ต้องทำในอนาคต
และจากสภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) ในปัจจุบันทำให้โลกเปลี่ยนแปลงจาก “โลกร้อน” (Global Warming) กลายเป็น “โลกเดือด” (Global Boiling) แม้ในประเทศไทยจะพบตัวเลขนักท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ทางด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมกลับรั้งอันดับ 130 ของโลก จึงอยากให้ทุกคนเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียตั้งแต่วันนี้เพื่อโลกที่ยั่งยืน (Sustainable World) ในวันข้างหน้า


