ดร.สุชาติ ติง หลายพรรคหาเสียงใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รายได้ภาษีมีแค่ปีละ 2.92 ล้านล้าน

เผยพรรคการเมืองพูดเรื่องทำโครงการให้ประชาชน​ บางพรรคจะจ่ายเงินสูงถึงกว่า​ 2.2 ล้านๆบาท​ แต่รายได้ภาษีมีเพียงปีละ​ 2.92 ล้านล้านบาท แถมใช้เป็นรายจ่ายประจำทั้งหมด​ โครงการที่หลายพรรคเสนอจึงไม่สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะการเพิ่ม​ GDP​ ต้องเพิ่มการลงทุนและการส่งออก​ จึงควรคิดเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประเทศด้วย​ ก่อน​ที่จะนำมาใช้จ่าย

ศาสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีตรัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงการคลัง​ เปิดเผยกับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ว่า​​ ​พรรค​การเมืองจำนวนมาก​ หาเสียงว่าจะใช้กฎหมายและรายได้ภาษี​มาดูแลประชาชน​ ซึ่งเป็นโครงการจ่ายเงิน​เกือบทั้งหมด​ แต่ยังไม่ได้คิดวิธีเพิ่มรายได้ของชาติ​ (GDP​)​ จะทำให้โครงการที่ประกาศไว้​ ทำไม่ได้​ เพราะเงินภาษีและเงินกู้มีไม่พอ

“โครงการส่วนใหญ่​จะไม่เพิ่ม​ GDP​ เพราะเหตุที่​ GDP​ เจริญเติบโตต่ำ​มานานกว่า​ 10​ ปี​ เป็นเพราะ​ปริมาณ​เงินในระเศรษฐกิจ​มีน้อยไป​ ทำให้​ประการแรกอัตราดอกเบี้ยสูงไป​ การลงทุนจึงต่ำ​และมีการพัฒนา​เทคโนโลยีต่ำ ประการที่ 2 เงินเฟ้อต่ำไปจนติดลบติดต่อกันมาทุกเดือนมาเกือบ​ 1 ปีแล้ว​ ทำให้ขาดแรงจูงใจในการผลิต​ เพราะขายของขาดทุน และประการที่ 3 ค่าเงินบาทแข็ง​มากไป​ ทำให้ลดรายได้การส่งออกและท่องเที่ยว​ ทุกตัวแปรที่กล่าวมาจะทำให้การผลิต (GDP​)​ ไม่เติบโต​ และรายได้ของประเทศต่ำ”​​

ดร.สุชาติ​ กล่าวว่า ดังนั้น รัฐบาลใหม่​จึงจำเป็นต้องคิดหารายได้ประเทศเพิ่มขึ้นด้วย​ ไม่ใช่คิดเพิ่มแต่จะรายจ่ายรัฐบาลอย่างเดียว และหากรัฐคิดจะเพิ่มรายได้ภาษี​ ในขณะที่รายได้ประเทศไม่เติบโต​ จะทำให้เศรษฐกิจ​ยิ่งเติบโต​ช้าลง​ เพราะเป็น​การโอนเงินจากประชาชน​และเอกชนมาสู่รัฐ​ ที่มีประ​สิทธิภาพการใช้เงินต่ำกว่า ระบบราชการ​เทอะทะซ้ำซ้อน และมีปัญหา​คอรัปชั่น​ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น รัฐจึงต้องแก้ไขปัญ​หาเศรษฐกิจ​ที่เติบโตต่ำด้วย​ และควรแก้ที่​“เหตุแห่งปัญหา” คือ​ปริมาณเงินในระบบเศรษฐ​กิจ​มีน้อยเกินไป​ ซึ่งมีผลให้ประชาชนยากจนลงเป็นหนี้มากขึ้น รัฐเองก็เป็นหนี้มากขึ้นด้วย​ การแก้ปัญหา​​โดยไม่สร้างความเจริญ​เติบโต​ทางเศรษฐกิจ​จะแก้ไม่ได้

“ดังนั้น​ วิธี​การคือ​ให้ฟื้นเศรษฐ​กิจ​โดยเพิ่มปริมาณเงินในระบบ​ จะทำให้​ (1)​ ค่าเงินบาทอ่อนลง ไปฟื้นรายได้ส่งออกและท่องเที่ยว​ ไปเพิ่มการผลิตของชนิดใหม่ๆ​มากขึ้น (2) เงินเฟ้อเริ่มเป็นบวก​ ทำให้ขายของมีกำไร​ มีการเพิ่มการผลิต (3)​ ดอกเบี้ย​ลดลงทำให้เพิ่มการลงทุน​เอกชน มีการใช้เทคโน​โลยีใหม่​ๆ​ มากขึ้น (4) GDP growth จะเพิ่มขึ้น​ ทำให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศ​ไทยสูงขึ้น Credit Ratings ของประเทศจึงดีขึ้น​ ทำให้เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ​เพิ่มขึ้น​ เมื่อทำทั้งหมดที่กล่าวมาให้ดีขึ้นแล้ว​ การแก้ไขปัญ​หา​ประชาชน​รายได้ต่ำ หนี้ครัวเรือน​สูง เทคโนโลยีของ​ประเทศต่ำ​ ก็จะแก้ไขได้ง่ายขึ้นมาก​ ประชาชนจะ​มีรายได้ด้วยตนเองสูงขึ้น รัฐบาลก็จะได้ภาษีมากขึ้น​มาแก้ปัญหา​ประ​ชาชน​ วิธีการนี้ประเทศ​ไทย​จะสามารถกลับมาเจริญ​รุ่งเรือง​ในระยะยาวได้​”​ดร.สุชาติ​ กล่าว

#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/XihJg
More
articles