ดร.สุชาติ ชี้! หากจะฟื้นเศรษฐกิจ ​ต้องทำให้บาทอ่อนค่า เพื่อกระตุ้นส่งออก-ท่องเที่ยว

เผย ถ้าทำจะช่วยให้สินค้าเกษตร​ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น​ ส่วนรายจ่ายรัฐบาลควรนำไปใช้ทำโครง​สร้างพื้นฐาน, พัฒ​นา​ทุนมนุษย์, และกระจายรายได้ให้ประชาชน

ศาสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีตรัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงการคลัง​ เปิดเผยกับสำนักข่าว Bangkok Wealth & Biz ว่า​ เกือบทุกพรรค​การเมือง​ คิดว่าการฟื้นระบบเศรษฐกิจ​คือการใช้งบประมาณ​รายจ่าย มาทำโครง​การ​จำนวน​มากๆ​ ก็จะฟื้นเศรษฐ​กิจ​ได้​ ซึ่งไม่ถูกต้อง​ เพราะ“โครงการ​ Micro​ แก้ปัญหา​ Macro ไม่ได้” โดยพวกเขาไม่เข้าใจว่าใน​ประเทศต่างๆ​ เช่น​ ญี่ปุ่น​ในช่วงที่มีค่าเงินแข็งมากๆ) หรือประเทศที่ช่วงนั้นๆเป็นสังคม​นิยม ​เช่น​ จีน, พม่า, เวียดนาม​ ที่ไม่เจริญเติบโตเพราะค่าเงินแข็งมากไป​ ขายสินค้าไม่ได้

ทั้งนี้ จากสมการ​ P*GDP​ = M*V: ตัว​ V คือ​ velocity (จำนวนรอบของการหมุนของเงินใน1ปี​)​ เมื่อปริมาณเงิน​ (M)​ เพิ่ม​น้อยไป​ ตอนแรกๆ​ระดับราคา(P)​ ก็จะเพิ่มช้าลง​จนติดลบ​ (คือเงินเฟ้อติดลบ)​ จากนั้น​ GDP​ จะเพิ่มขึ้นน้อยลง​ เพราะ​ค่าเงินแข็งไป ทำให้การส่งออกและท่องเที่ยวลด​ ขายไม่ได้ ก็มาลดการผลิต (GDP) ลดการใช้​ Capacity ของเครื่องมือเครื่อง​จักร จึงไม่มีการซื้อเครื่อง​มือเครื่องจักร, ซื้อเทค​โนโลยี​ใหม่ๆ​ มากนัก

“ขณะที่ การที่ค่าเงินแข็งขึ้น เป็น​เพราะ​อัตรา​แลกเปลี่ยน​ e​ = P/Pw: ตัว​ Pw คือราคาของคู่ค้า​ เมื่อเงินเฟ้อเราต่ำกว่าเงินเฟ้อคู่ค้า​ ค่าเงินบาท​ (e)​ ก็ต้องแข็งค่า​ขึ้น ซึ่งค่าเงินแข็งค่า​คือ​ตัว​ e​ ลดลง เช่น​ จาก​ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น​32​ บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ”

ดร.สุชาติ​ กล่าวว่า แต่เกือบทุกรัฐบาลไปใช้สูตรที่ไม่ใช่เหตุแห่งปัญหา​ คือ​ไปใช้ GDP​ = C+I+G+(X-M) เมื่อ​ส่งออก​ (X)​ ลดลง​ ก็ไปกู้เงินเพิ่ม​ หวังจะเพิ่มการใช้จ่ายรัฐบาล​ (G) แต่​ปริมาณเงินบาท​ (Money​ supply) ไม่เพิ่มขึ้น​ การกู้เงินเพิ่มของรัฐฯ​ จึงไปลดการกู้​ของเอกชน​ ซึ่งไปลดการบริโภค (C) และลดการลงทุน​ (I) จึงแทบไม่มีผลต่อ​ GDP​ เป็น​ Crowding​ out​ effect​ “นโยบายการคลังล้วนๆ​ จึงฟื้นเศรษฐ​กิจ​ไม่ได้” รัฐบาลควรใช้รายจ่ายรัฐฯ​​ ทำโครง​สร้างพื้นฐานและพัฒ​นา​ทุนมนุษย์​ ให้ประเทศเติบโตสูงขึ้นในระยะยาว และกระจายรายได้ให้ประชาชน​ในระยะสั้น

ดร.สุชาติ​ กล่าวด้วยว่า ในกรณี​ New deal ของ​ประธานาธิบดี​ Roosevelt ที่ฟื้นเศรษฐ​กิจ​สหรัฐ​ฯ​ ในช่วงปี​ 1930​-40 โดยก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure​ projects) มากมาย​ด้วยรายจ่ายรัฐบาล​ ดูเหมือนเป็นการเพิ่มรายจ่ายรัฐบาล​ (G) แต่แท้จริงแล้ว​ รัฐบาลไปกู้เงินจากธนาคาร​กลางเกือบทั้งหมด ​Money​ supply จึงเพิ่มในระบบ​เศรษฐกิจ​ ตามการใช้จ่ายของรัฐฯ​ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเรียกว่า Monetary​ ​financed​ fiscal ​policy​ ซึ่งที่จริงๆ​ ก็คือการเพิ่มปริมาณเงิน นั่นจึงทำให้ระบบเศรษฐกิจ​สหรัฐฟื้นขึ้นมา​

“ถ้าใช้ภาษาปัจจุบัน​ก็คือการทำ​ Quantitative Easing (QE) โดยรัฐบาลกู้เงินแบงค์ชาติ​ มาลง​ทุนใน​โครงสร้าง​พื้นฐาน​ ซึ่งจะมีผลให้เงินอ่อนค่าลง​ด้วย ไปฟื้นการส่งออกและท่องเที่ยว​ ซึ่งจะไปฟื้น​ GDP และยังไปฟื้นราคาสินค้าเกษตร​ เนื่องจากได้​ดอลลาร์สหรัฐมาแล้ว จะแลกเงินบาทได้มากขึ้นอีกด้วย​”​ดร.สุชาติ​ กล่าว

#bkkwealthandbiz #wealthnbiz #สำนักข่าวWealthAndBiz

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/EsGYx
More
articles