ดร.สุชาติ ชำแหละ ‘สหรัฐ’เป็นลูกหนี้ของโลก!​ ‘ทรัมป์’ขึ้นภาษี ระวังโดน Impeachment

ชี้ ซื้อของไปใช้ได้โดยติดหนี้ไว้​ แล้วขายบริการทางการเงินใช้หนี้​ก็ดีอยู่แล้ว​ จะขึ้นภาษีนำเข้าสูงๆ​ เก็บจากคนอเมริกันเอง​ไปทำไม? ผลลัพธ์​จะทำให้เศรษฐกิจ​สหรัฐตกต่ำ เงินเฟ้อสูง​ ประเทศพัฒนา​ช้าลง​

ศาสตราจารย์​ ดร.สุชาติ​ ​ธา​ดา​ธำ​รง​เวช​ อดีต​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงการคลัง​ แสดงความคิดเห็นกับ Bangkok Wealth & Biz ว่า​ จุดอ่อนของประเทศสหรัฐ​ฯ คือ​การเป็นประเทศลูกหนี้​ของโลก ซึ่งหนี้ในปัจจุบัน​ของรัฐบาล​สหรัฐฯคือ​ 36.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 120% ของ​ GDP​ ซึ่งเท่ากับ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้เป็นหนี้ต่างประเทศ​ทั่วโลก​ประมาณกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจีนเป็นเจ้าหนี้ 800,000 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และญี่ปุ่น​เป็น​เจ้าหนี้กว่า​ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

“ปกติ​ประเทศที่เป็นลูกหนี้​ จะนำเข้าของมากิน​มาใช้ แล้วติดหนี้ไว้​ โดยกู้มากิน​ด้วยการขาย US government bond ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง​ เพราะหากเจ้าหนี้ทวง​เงิน​คืนจำนวนมาก​ ความน่าเชื่อถือจะลดลง​ ทำให้ค่าเงิน​ดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนลง​ จนต่างประเทศไม่ถือเงิน​ดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสำรอง​ฯ สถานะผู้นำโลกของสหรัฐฯก็จะลดลงอย่างมากมาย”ดร.สุชาติ ระบุ

ดร.สุชาติ​ กล่าวว่า การที่สหรัฐฯไปขึ้นภาษี​นำเข้าสูงมาก​ โดยเฉพาะการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ​บอกว่าชอบขึ้น​ Import tariff มากๆ​ เพราะเป็นการเก็บภาษีผู้ผลิตต่างประเทศมาใช้ในชาติ​ และสามารถลดภาษีเงินได้ของคนในชาติลง รวมทั้งยังจะทำให้ผู้ผลิตในโลก​ย้ายฐานการผลิตมาสหรัฐฯ​ ช่วยสร้างงานและเงินในสหรัฐ​ฯ ทำให้ America great again ได้นั้น ในความจริง​สหรัฐฯไม่เชี่ยวชาญ​การผลิตอุตสาหกรรม​มานานแล้ว​ แต่เชี่ยวชาญด้านการเงินและบริการ​ ซึ่งใน​ปี ค.ศ.2024 สหรัฐ​ฯเกินดุลบริการต่อโลกเกือบ​ 300,000​ ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัท​สหรัฐฯส่วนใหญ่ผลิตสินค้าไฮเทคในจีน, เกาหลี, ไต้หวัน​ และในอาเซียน​ ซึ่งการจะบังคับให้มีการย้ายฐานการผลิตกลับเข้ามาในสหรัฐฯ จะต้องใช้เงินลงทุนใหม่หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และการสร้างโรงงานใหม่ใช้เวลาเป็นปีๆ​ และคนงานในสหรัฐฯเองก็ไม่เชี่ยวชาญ​ จึงนับเป็นเรื่องระยะยาวที่ยากมาก

“แต่ผลลัพธ์​ทันทีต่อประชาชนสหรัฐฯในการขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ คือ​ ราคาสินค้านำเข้าจะเพิ่มขึ้นคิดเป็น 90-95% ของการขึ้นภาษี​ ซึ่งเคยมีงานวิจัยในสหรัฐฯเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของ​ทรัมป์ เมื่อปี​ 2018 รายงานไว้ ดังนั้น วันนี้คนสหรัฐ​ฯทั้งประเทศ​จึงวิ่งอลหม่านไปซื้อสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุ​บัน​ ซึ่งเป็นทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนสหรัฐฯ​เอง​ จึงเท่ากับว่านโยบาย​ของ ทรัมป์มีแต่จะทำลายความเชื่อมั่นต่อสหรัฐฯ​ ทำให้ประเทศที่เหลือรวมตัวกันมากขึ้น​ แล้วค้าขายกันเอง​ เศรษฐกิจ​สหรัฐ​ฯจะลดสัดส่วนในโลก​ลงเร็วขึ้น​”ดร.สุชาติ กล่าว

ดร.สุชาติ​ ยังกล่าวด้วยว่า ส่วนการที่ทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายกลับไปกลับมาหลายครั้ง​ เพราะ​ ประการแรก ราคาของ US government bonds ลดลงมาก​ ขณะที่ Bond​ yields ก็สูงขึ้นมาก ประการที่สอง ค่า​เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง และประการที่สาม หุ้นในสหรัฐฯตกลงมาก​ ซึ่งจะทำให้เครดิตสหรัฐฯ​ลดลง​ และเศรษฐกิจ​สหรัฐฯจะมีการผลิตตกต่ำลง​ พร้อมกับเผชิญเงินเฟ้อ​ที่สูงขึ้นมาก ซึ่งล่าสุด​ ทรัมป์ประกาศยกเว้นภาษี​นำเข้าต่อจีนที่สูงถึง​ 145% ในสินค้าอิเล็กทรอ​นิกส์, ไอที, มือถือ​ ที่เดิมหวังจะให้ย้ายฐานออกจากจีนมาสหรัฐ​

“จะเห็นได้ว่านโยบาย​นี้​ ไม่มีปรัชญา​เศรษฐศาสตร์​รองรับ​ จะทำให้ล้มเหลวทั้งต่อทั้งประ​ชาชนในสหรัฐฯ และต่อ​ประชาชน​ต่างประเทศ​ การเลือกตั้ง สส.และ สว.สหรัฐ​ฯในปี​คศ. 2026 คงจะเกิดการเลือกพรรคเดโมแครต​มากมาย​ และอาจมีความพยายามปลดทรัมป์ออกจากตำแหน่ง​ประธานาธิบดี​ (Impeachment)​ เพื่อไม่ให้สร้างความเสียหาย​ต่อไป​”ดร.สุชาติ​ ระบุ

The short URL of the present article is: https://www.wealthnbiz.com/d4n7D
More
articles