ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวกับ Bangkok Wealth & Biz ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังผลักดันแนวคิดจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน” คนละ 450 บาท โดยจะนำเงินไปใช้ด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ความปลอดภัย และประกันภัยนักท่องเที่ยว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าแนวความคิดนี้ควรทบทวน เพราะปัญหาไม่ใช่เพียงว่า 450 บาทมากหรือน้อย แต่เป็นเรื่องของ วิธีคิดทางเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวต่างชาติคนหนึ่งเมื่อเดินทางมาไทย ต้องใช้เงินกับค่าที่พัก อาหาร การเดินทาง การซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ เป็นเงินหลายหมื่นบาท เงินเหล่านี้กระจายไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า SME เกษตรกร และแรงงานจำนวนมาก
“เป้าหมายของรัฐบาลควรเป็น “ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมาประเทศไทยมากขึ้น อยู่นานขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น” ไม่ใช่คิดแต่ว่า “จะเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวเพิ่มอีกเท่าไร” ข้อมูลของสภาพัฒน์ เคยประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 47,000 บาทต่อคนต่อทริป ดังนั้น ค่าธรรมเนียม 450 บาท จึงเป็นเรื่องคิดเล็กคิดน้อย แต่สร้างความยุ่งยาก ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวลดลง เพราะต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้มีเพียง 450 บาท ยังมีระบบลงทะเบียน การชำระเงิน การตรวจสอบ การยกเว้น ระบบไอที เจ้าหน้าที่ และความยุ่งยากที่นักท่องเที่ยวต้องเผชิญ ในทางเศรษฐศาสตร์ สิ่งเหล่านี้คือ ค่าใช้จ่ายธุรกรรม (transaction cost) ประเทศที่ต้องการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวควรลดขั้นตอนและความยุ่งยาก ไม่ใช่เพิ่มยุ่งยากมากขึ้น”
ดร.สุชาติ กล่าวว่า หลักการสำคัญที่ควรจะเป็น คือ ทำให้การมาประเทศไทยเป็นเรื่องง่าย “Make Thailand Easy.” โดยประเทศไทยต้องทำให้การเดินทางเข้าประเทศง่าย สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรที่สุด จึงอย่าเห็นแก่เงินเพียง 450 บาท แล้วลืม 47,000 บาท “อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก” ถ้านักท่องเที่ยวหนึ่งคนทำให้เศรษฐกิจไทยมีรายได้ประมาณ 47,000 บาท แต่รัฐบาลมุ่งสนใจค่าธรรมเนียมเพียง 450 บาท ก็เท่ากับกำลังให้ความสำคัญกับรายได้ส่วนเล็กมาก โดยอาจมองข้ามรายได้ก้อนใหญ่ที่นักท่องเที่ยวสร้างให้ประเทศ ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจต้องดูผลประโยชน์สุทธิของประเทศทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะรายได้ที่เข้ากองทุนใดกองทุนหนึ่ง หากการเก็บค่าธรรมเนียมทำให้ประเทศไทยมีความยุ่งยากขึ้นหรือภาพลักษณ์ด้อยลง จะทำให้นักท่องเที่ยวลดลง ประเทศก็จะสูญเสียรายได้มากกว่าค่าธรรมเนียมที่เก็บได้
“ความปลอดภัยเป็นหน้าที่พื้นฐานของรัฐอยู่แล้ว หากรัฐบาลอ้างว่าจะนำเงิน 450 บาทไปดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ก็ต้องถามว่าความปลอดภัยมิใช่หน้าที่พื้นฐานของรัฐบาลหรือ? ตำรวจท่องเที่ยว ระบบกู้ภัย ถนนที่ปลอดภัย มาตรฐานเรือโดยสาร การป้องกันอาชญากรรม และการดูแลแหล่งท่องเที่ยว ล้วนเป็นบริการสาธารณะที่รัฐควรจัดหาอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวเองก็สร้างรายได้และภาษีให้ประเทศไทยผ่านการใช้จ่ายจำนวนมาก หากจำเป็นต้องมีประกันภัยจริง ก็ควรแยกให้ชัดว่าเป็นเบี้ยประกันเท่าไร ให้ความคุ้มครองอะไร และเปิดให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใส ไม่ควรรวมหลายวัตถุประสงค์เข้าเป็นค่าธรรมเนียมก้อนเดียว”
ดร.สุชาติ ยังกล่าวด้วยว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง (High-Value Tourism) นั้น ไทยต้องสร้างมูลค่า ไม่ใช่สร้างค่าธรรมเนียม รัฐบาลประกาศว่าต้องการผลักดันไทยไปสู่การท่องเที่ยวแบบ High-Value Destination ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วย แต่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง ไม่ได้หมายความว่าได้นักท่องเที่ยวที่มีกำลังจ่ายสูงขึ้น รัฐบาลจึงเก็บเงินเขามากขึ้น สิ่งที่ควรทำคือ สร้างสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้น เช่น โรงแรม อาหาร สุขภาพ Wellness, Medical Tourism, MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions), กีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม Shopping และการท่องเที่ยวเมืองรอง รายได้ควรเกิดจาก Value Creation ไม่ใช่ Fee Creation รัฐบาลควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้ Visa และการตรวจคนเข้าเมืองเร็วขึ้น สนามบินสะดวกขึ้น ระบบขนส่งดีขึ้น เมืองท่องเที่ยวสะอาดขึ้น ปลอดภัยขึ้น และทำให้นักท่องเที่ยวอยู่ไทยนานขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้สร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อคน ส่วนการคิดว่าจะเก็บเพิ่มอีก 450 บาทนั้น เป็นเรื่องเล็กมากเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดที่นักท่องเที่ยวสามารถสร้างให้ประเทศไทย
“ประเทศไทยไม่ควร “เก็บเล็กเก็บน้อย” จากคนที่เรากำลังเชิญให้เขานำเงินก้อนใหญ่มาใช้ในประเทศ รัฐบาลควรสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่เข้ามาง่าย อยู่อย่างมีความสุข ปลอดภัย ใช้เงินสะดวก และอยากกลับมาอีก เพราะนักท่องเที่ยวหนึ่งคนที่ประทับใจประเทศไทย ไม่เพียงนำเงินหลายหมื่นบาทมาใช้ในวันนี้ แต่ยังอาจกลับมาอีกหลายครั้งและชักชวนคนอื่นมาเที่ยวด้วย ดังนั้น “อย่าเห็นแก่เงิน 450 บาทตรงหน้า จนมองไม่เห็นเงิน 47,000 บาทที่นักท่องเที่ยวจะนำเข้ามา” หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้คนอยากนำเงินเข้าประเทศ ไม่ใช่ตั้งด่านรอเก็บเงินจากคนที่กำลังจะเข้ามาใช้เงิน”ดร.สุชาติ กล่าว
#สำนักข่าวBangkokWealthAndBiz #bkkwealthandbiz #wealthnbiz


