ดร.สุชาติ ชี้ไทยควรให้รัฐบาลลาวกู้ยืมเงินไปเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ เพื่อค้ำประกันไม่ให้เงินทุนไหลออกมากไป และไม่ให้เงินกีบอ่อนค่าและเฟ้อมากเกินไป เพื่อให้เศรษฐกิจลาวมีเสถียรภาพ และกลับมาเจริญเติบโต
ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความเห็นว่า ไทยควรช่วยเหลือประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ให้มีเสถีรภาพทางเศรษฐกิจ โดยให้กู้ยืมเงินเพื่อนำไปเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของสปป.ลาว ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินของลาว ลดเงินทุนต่างประเทศไหลออก และลดการอ่อนค่าของเงินกีบที่มากเกินไป ซึ่งทำให้สินค้านำเข้าขาดแคลนและแพงขึ้น
“ผมว่า สปป.ลาว มีปัญหาไม่มาก เพียงหนี้ต่างประเทศต่อ GDP อาจสูงไป และรายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวลดลงไปมาก อันเนื่องมาจากปัญหาการระบาดของโรคโควิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา”
ดร.สุชาติ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสปป.ลาว ยังดีกว่าประเทศศรีลังกามาก สิ่งที่ไทยควรทำตอนนี้ คือให้สปป.ลาว ยืมเงินบาทหรือเงินดอลล่าร์ ไปเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศของลาว เมื่อสปป.ลาว มีเงินสำรองฯเพิ่มขึ้นเพียงพอชำระหนี้ระยะสั้น ก็จะลดความไม่มั่นใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จะทำให้เงินกีบกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่อ่อนค่าลงมากเกินไป สินค้านำเข้า เช่น น้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ ก็จะไม่ขาดแคลน และราคาในรูปเงินกีบ ก็จะไม่เพิ่มมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจะช่วยพยุงไม่ให้เกิดเงินกีบเฟ้อมากไป
ดังนั้น รัฐวิสาหกิจไทยและบริษัทเอกชนไทย ควรช่วยเหลือพี่น้องประชาชนลาว โดยหากซื้อสินค้าลาว เช่น ไฟฟ้า ก็ควรจ่ายเงินล่วงหน้ายาวขึ้น หรือหากขายสินค้าให้ลาว ก็ควรให้เครดิตยาวขึ้น และประเทศไทยควรส่งเสริมให้คนไทยไปเที่ยวและซื้อสินค้าลาวมากขึ้น
“เมื่อสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น ระบบเศรษฐกิจสปป.ลาว ก็จะกลับมามีเสถียรภาพ มีสินค้าและบริการเพียงพอให้ประชาชน เงินเฟ้อไม่มากเกินไป และเมื่อนักท่องเที่ยวกลับมาในปลายปี 2565 นี้ ระบบเศรษฐกิจ สปป.ลาว ก็จะกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง โดยค่าเงินกีบจะไม่อ่อนลงมากนัก มีระดับราคาใหม่ตามเงินเฟ้อของโลก และมีความระมัดระวังในสัดส่วนหนี้ต่อ GDP มากขึ้น” ดร.สุชาติ กล่าว



